กิรเดช อภิบาลรัตน์ โปรกอล์ฟดาวรุ่งของ Titleist ทำเบอร์ดี้ได้ในหลุมที่ 18 พาร์ 5 ที่สนามกอล์ฟ Dehli Golf Club เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนคว้าแชมป์ Asian Tour รายการที่สองของฤดูกาลนี้ รายการ The Sail Open ได้สำเร็จ แชมป์นี้เป็นแชมป์ Asian Tour รายการแรกของนักกอล์ฟหนุ่มที่กำลังพุ่งแรงจากประเทศไทย และทำให้เขาขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของอันดับเงินรางวัลรวมของ Asian Tour  

กิรเดช หรือโปรอาร์ม วัย 21 ปี ทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 จบสี่วันที่ 16 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าแชมป์รายการนี้โดยเอาชนะ Siddikur โปรชาวบังคลาเทศ ซึ่งใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x และขึ้นนำหลังจบวันที่สามไป 2 สโตรก 

"พัตต์สุดท้ายเป็นพัตต์ที่สั้นมากๆ แต่มือผมสั่นครับ ผมดีใจมากที่คว้าแชมป์ได้ ผมรอมาสองปีแล้ว และผมภูมิใจมากครับ" โปรกิรเดช ให้สัมภาษณ์หลังคว้าแชมป์  

Siddikur, เป็นชาวบังคลาเทศคนแรกที่เคยได้แชมป์ Asian Tour, จบอันดับที่ 2, เขามีโอกาสที่จะได้เล่นเพลย์ออฟ ถ้าทำเบอร์ดี้ได้ในหลุม 18 แต่เขาตีทีช็อต พลาดไปอยู่ในรัฟ และต้องตีวางตัว เพื่อทำพาร์ และคว้าอันดับที่ 2

กิรเดชจบ 9 หลุมแรก ที่ 35 ก่อนทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุม 10, 12 และ 14 และทำโบกี้ ในหลุม 16 ทำให้เขามีคะแนนเท่ากับ Siddikur และต้องมาตัดสินกันในหลุมที่ 18 

"ผมเรียนรู้เป็นอย่างมากหลังจากลงเล่นใน Asian Tour มาแล้วสองฤดูกาล ผมรู้สึกตื่นเต้น แต่พยายามบอกกับตัวเองให้เล่นไปตามแผนที่วางไว้ และไปตามเกมของตัวเอง และมันได้ผล" นักกอล์ฟชาวไทยกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่ความโดดเด่น ในการทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุมสุดท้าย

การแข่งขันกอล์ฟ Asian Tour ปี 2011 สองรายการแรก แชมป์ทั้งสองรายการ เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ - และผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titlesit คว้า���ชมป์กอล์ฟอาชีพจากการแข่งขันทั่วโลกได้ 30 รายการแล้วในปีนี้ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่ได้แชมป์ 6 รายการถึง 5 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน มีนักกอล์ฟถึง 4 คนที่จบใน 5 อันดับแรกของรายการ Sail Open ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ประกอบด้วย Siddikur (Pro V1x, อันดับ 2), Ajeetesh Sandhu (Pro V1x, อันดับ 3) และ Manav Jaini (Pro V1x, อันดับ 4)

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้มากที่สุดที่ The Sail Open โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งสิ้น 112 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 16 คนถึง เท่า นอกจากนี้ ชุดเหล็ก (34) และเว็ดจ์ (154) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้มากที่สุดเช่นกัน

เปิดถุงกอล์ฟโปร "อาร์ม" กิรเดช อภิบาลรัตน์:

ลูกกอล์ฟ: Titleist Pro V1x

ไดรเวอร์: Titleist 910D3 9.5 (UST Mamiya Attas)  

ชุดเหล็ก: Titleist AP2 (Project X 6.0)

เว็ดจ์: Vokey Design Spin Milled 52 และ 60

 

ONE ASIA TOUR:  Andre Stolz โปรจาก Titleist (Pro V1x, เว็ดจ์ Vokey Design 52, 56 และ 60 degree) ชาวออสเตรเลีย กลับมาลงแข่งขัน หลังจากหยุดพักไปสองปี เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ คว้าแชมป์ Indonesian PGA Champioship

Stolz ทำเบอร์ดี้ได้ในสองหลุมสุดท้าย ก่อนจบวันสุดท้ายที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 จบสี่วันที่ 14 อันเดอร์พาร์ 274 เอาชนะ Rory Hie (Pro V1x) นักกอล์ฟวัย 22 ปี ไปหนึ่งสโตรก

โปรของ Titleist, Gareth Paddison (Pro V1) และ Park Eun-shin (Pro V1) จบในอันดับสามร่วม นักกอล์ฟที่จบในสี่อันดับแรกทุกคนใช้ลูกกอล์ฟ Titleist 

มีนักกอล์ฟใช้ลูกกอล์ฟ Titleist มากที่สุดที่ Indonesia PGA Championship โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งสิ้น 124 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 11 คนถึงกว่า 11 เท่า นอกจากนี้ หัวไม้แฟร์เวย์ (55), ไม้ไฮบริด (64), ชุดเหล็ก (62) และเว็ดจ์ (163) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้มากที่สุดเช่นกัน

USPGA TOUR: Martin Laird โปรผู้เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ Pro V1x เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และเต็มเปี่ยมไปด้วยความพยายาม ก่อนคว้าแชมป์ Arnold Palmer Invitational ได้สำเร็จ

 


"มันเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และดุเดือน คุณก็รู้ดีว่าความรู้สึกจะสุดยอดเช่นใด เมื่อคว้าถ้วยรางวัลจากการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นนี้" กล่าวโดย Laird, เขาตามหลังผู้นำถึงสามสโตรก ขณะที่เหลือหลุมให้เล่นเพียงสี่หลุม แต่กลับเล่นได้อย่างสุดยอด และคว้าแชมป์ PGA Tour รายการที่สองในการเล่นกอล์ฟอาชีพของเขา มาได้อย่างงดงาม, หนึ่ง ใน หก แชมป์ ของผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x และคว้าแชมป์ได้ในสัปดาห์นี้

 

 

Laird ทำเบอร์ดี้ได้ถึง 2 หลุม จาก 4 หลุมสุดท้าย และทำสองพัตต์จากระยะ 90 ฟุต ในหลุมที่ 18 ของสนาม Bay Hill พัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1x ของเขาลงจากระยะ 3 1/2 ฟุต ทำพาร์ได้ โดยเอาชนะผู้เล่นที่เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ Pro V1x, Steve Marino ไปหนึ่งสโตรก


Laird จบวันสุดท้ายที่ 3 โอเวอร์พาร์ 75 ไม่มีนักกอล์ฟคนใดในสามกลุ่มสุดท้าย ที่ทำคะแนนได้ตํ่ากว่าพาร์ ในสนามที่เลย์เอ้าท์สุดท้าทายอย่าง Bay Hill

 

 

ผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist คว้าแชมป์ได้ถึง 12 รายการ จาก 14 รายการแรกของ PGA Tour ฤดูกาลนี้ และคว้าแชมป์ได้ 30 รายการจากการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลก มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่ได้แชมป์ 6 รายการถึง 5 เท่า และมากกว่าแบรนด์อื่นๆทุกแบรนด์รวมกัน

 

 

"ผมมีความสุขมากๆ" Laird กล่าว, เขาทำเบอร์ดี้ได้สองหลุมติดต่อกันที่หลุม 15 และ 16 โดยเขาทำพัตต์ที่ยากมากๆลงจากระยะ 15 ฟุต ในหลุม 16 "มันเป็นการแข่งขันที่ยากสุดๆ"

Laird จบสี่วันที่ 8 อันเดอร์พาร์ 280, เป็นนักกอล์ฟชาวยุโรปคนแรกที่คว้าแชมป์ได้ที่สนาม Bay Hill ในรายการแข่งขันที่มีประวัติอันยาวนานถึง 33 ปี และเขาเป็น 1 ใน 75 นักกอล์ฟที่ลงแข่งขันรายการ Arnold Palmer Championship และใช้ลูกกอล์ฟ Titleist มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 13 คนถึงกว่า 5 เท่า และมากกว่าแบรนด์คู่แข่งทุกแบรนด์รวมกัน

มีนักกอล์ฟถึง 6 คนที่จบใน 7 อันดับแรกใช้ลูกกอล์ฟ Titleist – รวมถึง โปรของ Titleist, Marc Leishman ที่จบในอันดับ3 ที่ 6 อันเดอร์พาร์ 282 ชุดเหล็ก (30): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (94); และพัตเตอร์ (42) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน

 

EUROPEAN TOUR: นักกอล์ฟผู้เชื่อมั่นใน Pro V1x, Paul Lawrie คว้าแชมป์ Open de Andalucía แชมป์ European Tour รายการที่หกของเขา ทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 70 ที่สนาม Parador de Malaga Golf เฉือนเอาชนะอันดับที่ 2 ไป 1 สโตรก

 

Lawrie จบสี่วันที่ 12 อันเดอร์พาร์ 268, เอาชนะ Johan Edfors (Pro V1x) ที่ได้อันดับ 2 ไป 1 สโตรก และเหนือ Felibe Aguilar (Pro V1x) ที่ได้อันดับ 3, 2 สโตรก

 

เช่นเดียวกับ Martin Laird (Pro V1x), Lawrie เริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีนัก ก่อนจะกลับมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำเบอร์ดี้ได้ถึง 4 หลุม จาก 5 หลุมแรก ในการเล่น หลุมสุดท้าย เขาต้องทำแค่เพียงโบกี้ในหลุม 18 เพื่อคว้าแชมป์ 


"ผมเล่นได้ดี และพัตต์ได้ดียิ่งขึ้น ผมเล่นได้ดี และถูกที่ถูกเวลา" Lawrie กล่าว "ผมเริ่มต้นตีช็อตสวยๆ เมื่อเริ่มต้นเล่นเก้าหลุมหลัง ผมทำเบอร์ดี้ได้ในหลุม 10, 11 และ 12, จากนั้นเล่นแก้ไขได้ดี ในหลุม 14 และทำเบอร์ดี้ได้ในเวลาที่ต้องการ"

ผมต้องบอกตามตรงว่า ผมรู้สึกว่าจะควบคุมเกมการเล่นไม่ได้ เมื่อตีเกินตั้งแต่เริ่มต้น แต่หลังจากผมมีสมาธิกับเกมอีกครั้ง สิ่งดีๆก็เกินขึ้น"

 

มีนักกอล์ฟ 86 คน ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขันรายการนี้ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 19 คน ถึง 4 เท่า ชุดเหล็ก (35): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (152) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน

 

NATIONWIDE TOUR: โปรของ Titleist, Brett Wetterich ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกที่ Chitimacha Louisiana Open และคว้าแชมป์ เขาทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 69 เอาชนะอันดับที่ 2 หนึ่งสโตรก


"ผมชอบสนามนี้ ผมรู้สึกว่ามันเหมาะกับรูปแบบการเล่นของผมมากๆ" Wetterich, เคยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2003 กล่าวกับ PGATour.com "ผมรู้สึกดีมากๆ และคงไม่มีความสุขมากไปกว่านี้อีกแล้ว"

แชมป์รายการนี้เป็นแชมป์ Nationwide Tour รายการที่สามของ Wetterich, เขาเคยคว้าแชมป์ PGA Tour ได้หนึ่งรายการ (2006 Byron Nelson Championship).

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้สูงสุดที่ Chitimacha Louisiana Open โดยมีนักกอล์ฟใช้ 102 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 14 คนถึง เท่า ชุดเหล็ก (32): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (148); และพัตเตอร์ (62) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน 

 

CANADIAN TOUR: Adam Hadwin (Pro Vx) คว้าแชมป์ Pacific Colombia Tour Championship, จบวันสุดท้ายที่ 3 อันเดอร์พาร์ 69 เอาชนะอันดับ 2 ได้ถึง 6 สโตรก คว้าแชมป์ Canadian Tour รายการที่สองในการเล่นกอล์ฟอาชีพได้สำเร็จ

Hadwin, วัย 23 ปีจบสี่วันที่ 25 อันเดอร์พาร์ 263, ทำคะแนนตํ่ากว่า 70 ได้ทั้งสี่วัน  

 

LPGA: มีนักกอล์ฟถึง 8 คนจาก 11 คน ที่จบใน 10 อันดับแรก ในการแข่งขันรายการ KIA Classic ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขัน

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 108 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 11 คนถึง 9 เท่า 

 

 

 

 

 

 

Titleist ลูกกอล์ฟอันดับ 1 ขอแนะนำลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x รุ่นล่าสุด ที่มีเทคโนโลยีสูงสุดเท่าที่ Titelist เคยมีมา เป็นอีกครั้งที่ Titleist ยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและประสิทธิภาพด้วยการพัฒนาลูกกอล์ฟที่นักกอล์ฟเชื่อมั่นและมียอดขายสูงสุดให้ดีขึ้นไปอีกขั้น การพัฒนาในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองความต้องการของนักกอล์ฟอาชีพชั้นนำทั่วโลก นักกอล์ฟอาชีพทั่วไป นักกอล์ฟสมัครเล่นฝีมือดี และนักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟอย่างจริงจัง เป็นเวลาสิบปีมาแล้ว ตั้งแต่เราเริ่มวางลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นแรก และได้รับคำนิยามว่า ลูกกอล์ฟที่ปฏิวัติวงการกอล์ฟ(USA Today, มีนาคม 2001), ขณะนี้ลูกกอล์ฟที่ดีที่สุดรุ่นนี้ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกขั้น

Mary Lou Bohn, Vice President, Titleist Golf Ball Marketing and Communications กล่าวว่า กอล์ฟ คือ เกมที่ต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และนักกอล์ฟที่จริงจังต้องการเล่นให้ดียิ่งขึ้น” “ที่ Titleist เราให้ความสำคัญกับเกมของนักกอล์ฟเป็นอย่างมากและจะไม่วางตล���ดลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ จนกว่าเราจะแน่ใจว่ามันมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น และช่วยให้นักกอล์ฟทำคะแนนได้ต่ำลง เราทำการทดสอบและวิเคราะห์ผลด้านประสิทธิภาพของลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x ด้วยนักกอล์ฟอาชีพระดับโลก นักกอล์ฟอาชีพทั่วไป นักกอล์ฟสมัครเล่นฝีมือดี และนักกอล์ฟทั่วไปที่เล่นกอล์ฟอย่างจริงจัง จนกระทั่งเรามั่นใจและได้ผลตอบรับที่ยืนยันได้ถึงประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ คือ ลูกกอล์ฟที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เราเคยมีมาและดีที่สุด สำหรับเกมกอล์ฟ

นักกอล์ฟที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 อยู่เป็นประจำจะพบว่าลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นใหม่ ให้สปินในการควบคุมลูกที่สูงขึ้น และให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตีได้ไกล และให้ความทนทานสูง ในขณะที่ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ จะตีได้ไกลขึ้น และให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพในการเล่นลูกรอบกรีนแบบตีให้ตกแล้วหยุด เช่นเดียวกับรุ่นก่อน Titleist ผลิตลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x ที่โรงงานผลิตของ Titleist เอง ด้วยมาตรฐานการผลิตที่เคร่งครัด และกระบวนการผลิตที่แม่นยำ นักกอล์ฟสามารถเชื่อมั่นใน Pro V1 และ Pro V1x ในความสม่ำเสมอและคุณภาพที่สุดยอด

Bohn กล่าวต่ออีกว่า “Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ ถูกออกแบบให้ช่วยนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือให้ทำคะแนนได้ต่ำลง  ลูกกอล์ฟทั้งสองรุ่นตีได้ไกล และให้สปินสูง ในการเล่นลูกสั้น ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างลูกกอล์ฟสองรุ่นนี้ คือ สปินเมื่อตีด้วยไดรเวอร์และเหล็กยาว ระยะทาง ความรู้สึก และความทนทาน เราอยากให้นักกอล์ฟทุกท่านได้มีโอกาสเข้าไปทำฟิตติ้งลูกกอล์ฟกับ Titleist และประเมินผลทางประสิทธิภาพในสนามกอล์ฟ เพื่อวิเคราะห์ว่าลูกกอล์ฟรุ่นใดที่ดีที่สุดสำหรับเกมของคุณ

ลูกกอล์ฟ Titleist PRO V1 รุ่นใหม่

สปินสูงขึ้น ตีได้ไกล และให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น

ลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นใหม่ ออกแบบให้ตีได้ไกล และมีความทนทานสูง ในแบบที่นักกอล์ฟต้องการ นอกจากนี้ ยังให้สปินในการควบคุมลูกที่สูงขึ้น และวิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิตแกนในที่เป็นนวัตกรรม ทีมีชื่อเรียกว่า ZG นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างชั้นที่สอง ที่ทำจาก ionomer ที่ให้การตอบสนองที่ดี เปลือกนอกทำจาก ยูรีเทน และรอยบุ๋มแบบใหม่ 352 รอย ซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน 5 ขนาด (ลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นก่อน มีรอยบุ๋ม 392 รอย) ครอบคลุมพื้นผิวมากขึ้น และมีรูปแบบที่สมมาตรในสามแกน รอยบุ๋มแบบใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ให้วิถีลูกแบบพุ่งทะลุทะลวง ให้การควบคุมลูกที่ดียิ่งขึ้น ในสภาพสนามที่มีลม

Bill Morgan, Senior Vice President, Golf Ball Research and Design, Acushnet Company กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านการออกแบบแกนใน เปลือกนอก และคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ เราสามารถผลิตลูกกอล์ฟ Pro V1 ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความสม่ำเสมอมากที่สุดเท่าที่เราเคยมีมาผู้เล่นในทัวร์ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1 บอกกับเราว่า Pro V1 รุ่นใหม่ ให้วิถีลูกที่พุ่งต่ำมากขึ้น และเล่นได้ดีในสภาพลมแรง นอกจากนี้ยังให้สปินที่สูงขึ้น และความรู้สึกที่นุ่มนวล ในการเล่นลูกรอบกรีน 

ประสิทธิภาพของลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นใหม่

เทคโนโลยีของ Pro V1 รุ่นใหม่                                   

                   

เปรียบเทียบระหว่าง Pro V1 และ Pro V1x

ลูกกอล์ฟ Titleist PRO V1x รุ่นใหม่

ตีได้ไกลขึ้น ให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น พร้อมสปินในการควบคุมลูกที่สุดยอด

ออกแบบให้ลูกกอล์ฟมีสปินต่ำมากๆ เมื่อตีด้วยไดรเวอร์ และเหล็กยาว ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ตีได้ไกลขึ้น และให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น พร้อมให้สปินสูง ในการควบคุมลูกให้ตกแล้วหยุด เมื่อเล่นรอบกรีน โครงสร้างเป็นแบบสี่ชั้น แกนในแบบสองชั้น ขนาดใหญ่ แกนในสุดแบบนุ่ม สร้างความเร็วได้สูงขึ้น เปลือกชั้นในทำจาก ionomer ที่ให้การตอบสนองที่ดี เปลือกนอกทำจาก ยูรีเทน และรอยบุ๋มแบบใหม่ 328 รอย ซึงมีขนาดแตกต่างกัน 7 ขนาด (ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นก่อน มีรอยบุ๋ม 332 รอย) ครอบคลุมพื้นผิวมากขึ้น และมีรูปแบบที่สมมาตรในสามแกน รอยบุ๋มแบบใหม่ ออกแบบให้ตีได้วิถีลูกสูงขึ้น ทำให้ Pro V1x ตีได้ไกลขึ้น ให้วิถีลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตีในสภาพลมแรงได้ดี และด้วยเปลือกนอกที่ทำด้วยยูรีเทน ทำให้ Pro V1x รุ่นใหม่ ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล ขณะหน้าไม้ปะทะลูก

Morgan กล่าวว่า “Pro V1x มีรอยบุ๋มแบบ 328 รอย ที่ช่วยให้มีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่สุดยอดวิถีลูกที่สูงขึ้นของ Pro V1x และสปินที่ต่ำลง เป็นผลให้ตีได้ไกลขึ้น ระยะทางที่ตีได้ไกลขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับนักกอล์ฟแต่ละคน นักกอล์ฟที่ใช้ Pro V1x ส่วนใหญ่ พบว่าลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ให้ระยะแครี่ที่ไกลขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน อีกทั้ง Pro V1x รุ่นใหม่ ยังให้ประสิทธิภาพที่สุดยอด เมื่อเล่นในสภาพลมแรง

ประสิทธิภาพของลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่

 

 เทคโนโลยีของ Pro V1x รุ่นใหม่

                                 

 เปรียบเทียบระหว่าง Pro V1x และ Pro V1     

 

ทั้งนักกอล์ฟอาชีพ และนักกอล์ฟสมัครเล่น ต่างต้องการความได้เปรียบในการเล่น ได้ให้ข้อเสนอแนะ ทดลอง และทดสอบลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x ในทุกยุค เพื่อทำให้เรามั่นใจว่าลูกกอล์ฟที่ดีที่สุดได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น กล่าวโดย Bohn “ความรู้สึกของผู้เล่นที่เชื่อมั่นใน Titleist คือ พวกเขามั่นใจว่าลูกกอล์ฟจะให้ผลงานในแบบที่ต้องการ ถ้าพวกเขาสวิงได้อย่างถูกต้อง Pro V1 และ Pro V1x ได้รับความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ปีแล้วปีเล่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนักกอล์ฟชั้นนำทั่วโลก นักกอล์ฟอาชีพทั่วไป นักกอล์ฟสมัครเล่นฝีมือดี และนักกอล์ฟทั่วไป ให้ Pro V1 เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของพวกเขา

ประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

ก่อนหน้าที่ Titleist จะวางตลาดลูกกอล์ฟทุกรุ่น ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x ได้ถูกทดสอบและได้รับการยืนยันถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม จากนักกอล์ฟชั้นนำในการแข่งขันกอล์ฟระดับอาชีพทั่วโลก นักกอล์ฟอาชีพทั่วไป และนักกอล์ฟสมัครเล่นฝีมือดี ลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และประสบความสำเร็จที่การแข่งขันกอล์ฟรายการ McGladrey Classic ในเดือนตุลาคม โดยมีนักกอล์ฟถึง 22 คนที่เปลี่ยนมาใช้ลูกกอล์ฟรุ่นใหม่นี้ และที่รายการนี้ Bo Van Pelt (Pro V1/จบในอันดับที่ 6), Webb Simpson (Pro V1x/จบในอันดับที่ 12) และ Steve Marino (Pro V1x/จบในอันดับที่ 15)

            สองสัปดาห์ถัดมา Padraig Harrington คว้าแชมป์ด้วยลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ที่รายการ Iskandor Johor Open ในประเทศมาเลเซีย Malaysia – ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาใช้ลูกกอล์ฟรุ่นใหม่นี้ลงทำการแข่งขัน จากนั้น Steven Bowditch ได้รับทัวร์การ์ดสำหรับลงเล่นใน 2011 PGA Tour หลังจากเขามีอันดับเงินรางวัลรวมของ Nationwide Tour อยู่ในอันดับที่ 17 นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์ Cellarbrations NSW PGA Championship ใน Australian Tour และไม่นานมานี้ Michio Matsumura คว้าแชมป์ Casio World Open ด้วย Pro V1x รุ่นใหม่ และ Hiroyuki Fujita คว้าแชมป์ JT Open ด้วย Pro V1 ใน Japan Golf Tour, Maria Hjorth เป็นผู้เล่นคนแรกใน LPGA Tour ที่คว้าแชมป์ด้วย Pro V1 รุ่นใหม่ โดยเธอได้แชมป์รายการปิดฤดูกาล LPGA Tour Championship

            นอกจากแชมป์ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เล่นอย่าง Hunter Mahan, Henrik Stenson, Bubba Watson และนักกอล์ฟชั้นนำกว่า 100 คนในทัวร์กอล์ฟอาชีพทั่วโลก ได้เปลี่ยนมาใช้ลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ ในช่วงท้ายของฤดูกาลแข่งขันและได้รับความสำเร็จ

 

นักกอล์ฟชั้นกับความเห็นที่มีต่อ PRO V1 รุ่นใหม่

พวก ผมคิดว่าผมจะได้แชมป์เพราะมันแล้วเมื่อสัปดาห์ ลูกกอล์ฟรุ่นใหม่สุดยอด ผมชอบเวลามันเหิรขึ้น ลอยค้างอยู่ในอากาศ พุ่งไปในแนวที่ผมเล็งไว้  Bo Van Pelt กล่าวหลังจากลงแข่งขัน McGladrey Classic และคว้าอันดับที่ 6

 

ผมชอบความรู้สึกและวิถีลูกของลูกกอล์ฟรุ่นนี้ตั้งแต่ผมทดสอบมันครั้งแรกที่ Hartford” - Brett Quigley เริ่มต้นทดสอบลูกกอล์ฟรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่รายการ Travelers Championship จากนั้นนำมาใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรกที่ McGladrey Classic, Brett ผ่านการตัดตัวได้สี่รายการติดต่อกันด้วยลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ก่อนปิดฤดูกาลแข่งขัน และเขาคว้าอันดับที่ 22 ที่รายการ Justin Timberlake Shriners Hospitals for Children Open

 

ฉันชอบลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นใหม่เพราะมันเหมาะกับเกมของฉันมากๆ มันให้วิถีลูกที่ดีเยี่ยม ความทนทานสูงมาก และให้ความรู้สึกที่ดีในการเล่นลูกรอบกรีน ลูกกอล์ฟ Titleist รุ่นใหม่คือลูกกอล์ฟที่ดีที่สุดสำหรับฉัน – Maria Hjorth คว้าแชมป์รายการปิดฤดูกาล LPGA Tour Championship เป็นการคว้าแชมป์หลังจากเธอเปลี่ยนมาใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1 รุ่นใหม่ลงทำการแข่งขันเป็นครั้งแรก 

 

นักกอล์ฟชั้นกับความเห็นที่มีต่อ PRO V1x รุ่นใหม่

 ผมนำมันมาลงแข่งและคว้าแชมป์ ผมมั่นใจมากกับลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ผมตีมันได้ไกล มันตีได้ไกลขึ้นกว่ารุ่นก่อน และพุ่งไปตามทิศทางที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้นเมื่อตีจากแท่นที วิถีลูกพุ่งกว่ารุ่นก่อน อีกทั้งผมสามารถควบคุมระยะได้ดียิ่งขึ้น ท้ายที่สุด Pro V1x ยังให้ประสิทธิภาพในการเล่นรอบกรีนที่สุดยอดในแบบที่ผมต้องการPadraig Harrington คว้าแชมป์ Iskandor Johor Open ที่ประเทศมาเลเซีย Malaysia ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ลงทำการแข่งขัน Harrington เป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้าแชมป์ในทัวร์กอล์ฟอาชีพด้วยลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่

 

ผมรักลูกกอล์ฟรุ่นนี้ มันตีผ่านลมได้ดี ผมอยากให้การแข่งขันในสัปดาห์นี้มีลมแรง เพราะว่าผมจะได้เปรียบคนอื่น มันสุดยอดมากๆ - Webb Simpson จบในอันดับที่ 12 ที่รายการ McGladrey Classic และหลังจากนั้นสองสัปดาห์ จบในอันดับที่ 4 ที่รายการ Justin Timberlake Shriners Hospitals for Children Open

 

มันให้วิถีลูกที่ดี และแครี่ได้ไกล ผมชอบวิถีลูกที่พุ่งของมันเมื่อต้องตีทวนลม เมื่อคุณสามารถตีลูกได้ไกลจากแท่นที และยังได้สปินที่ดีในการเล่นรอบกรีน มันเยี่ยมมากๆ ลูกกอล์ฟรุ่นนี้ให้การผสมผสานที่สุดยอดและลงตัว

         Zach Johnson กล่าวหลังจากทดสอบลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่เป็นครั้งแรก

 

มันให้วิถีลูกที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นอะไรที่ผมต้องการ และเวลาที่ลูกตกลงบนกรีนที่แข็ง มันหยุดได้เร็วขึ้น - Bubba Watson กล่าว หลังจากที่ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกที่รายการ Shark Shootout

 

 

• ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุดที่รายการ Transitions Championship โดยมีนักกอล์ฟใช้ถึง 93 คน มากกว่าลูกกอล์ฟแบรนด์อื่นๆทุกแบรนด์รวมกัน ชุดเหล็ก (41); แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (116); และพัตเตอร์ (56) มีนักกอล์ฟใช้สูงสุดที่รายการนี้เช่นเดียวกัน


โปรของ Titleist, Scott Stallings เข้าทำการปรับแต่งไม้ใน Titleist Tour Van เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน เขาใช้หัวไม้แฟร์เวย์ 910F 13.5º ก้าน 'ahina 80X (ทิปปลาย 1” ความยาว 42.5”) และปรับคอไม้ SFT ที่ตำแหน่ง A•1 (องศาหน้าไม้มาตรฐาน, มุมไลมาตรฐาน), ให้วิถีลูกที่เขาไม่ค่อยพอใจนัก (มุมเหินตํ่า, วิถีลูกเฟดมากเกินไป)

เขาได้ทดสอบหัวไม้แฟร์เวย์หลากหลายรูปแบบทั้งในสนามกอล์ฟ และสนามไดร์ฟ รวมถึง 910F 15º ปรับคอไม้ที่ B•2 (องศาหน้าไม้มาตรฐาน, มุมไลชันขึ้น .75 องศา) ไม่มีอันไหนที่ Scott ที่มีวงสวิงที่รุนแรง ใช้ได้อย่างมั่นใจ 

จากนั้น: เขาทดสอบ 910F 15º ก้าน 'ahina 80X (ตัดปลาย 2” ความยาว 43”) ปรับคอไม้ที่ A•1 เขาชอบวิถีลูก และควบคุมทิศทางได้ดียิ่งขึ้น แต่รู้สึกว่าก้านแข็งเกินไป และก้านที่ความยาว 43"

จากนั้น เขาได้เปลี่ยนก้านเป็น White Board 83X (ตัดปลาย 2” ความยาว 42.5”) Scott ชอบความรู้สึกของไม้นี้มาก เขาสามารถตีลูกดรอว์ แบบพุ่งตํ่าได้ตามที่เขาต้องการ คอไม้ปรับที่ D•1 SFT (องศาหน้าไม้ตํ่าลง .75 องศา, มุมไลมาตรฐาน) นอกจากนี้เขายังตีได้สปินของลูก ในแบบที่ต้องการ

Scott ได้หัวไม้แฟร์เวย์ที่ต้องการ: 910F 15º ก้าน White Board 83X (ตัดปลาย 2” ความยาว 42.5”) คอไม้ปรับที่ D•1

โปรของ Titleist, Marc Leishman เข้าไปที่ TTV เมื่อหัวไม้แฟร์เวย์ 910F 13.5º ของเขา ใหวิถีลูกที่ตํ่าเกินไป ทำให้ลูกตกแล้วไม่หยุดในแบบที่เขาต้องการ

Dino Antenucci พนักงานดูแลผู้เล่นในทัวร์ของ Titleist แนะนำให้ Marc ปรับคอไม้จากตำแหน่ง B•2 (องศาหน้าไม้มาตรฐาน, มุมไลชันขึ้น .75º องศา) ไปที่ C•3 (องศาหน้าไม้สูงขึ้น .75º องศา, มุมไลชันขึ้น .75º องศา), ทำให้ Marc ตีได้วิถีลูกสูงขึ้นเล็กน้อย และลูกตกลงนุ่มนวลยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ เขายังรู้สึกว่าเขาสามารถควบคุมทิศทางของลูกได้ดียิ่งขึ้น

โปรของ Titleist, Marc Turnesa ได้เพิ่มเหล็ก 3 Titleist AP1 ก้าน Dynamic Gold X100 เข้าไปในถุงกอล์ฟของเขา เพื่อใช้แทนไม้ไฮบริด

Marc รู้สึกว่าเขาตีลูกลอยได้ง่ายด้วยเหล็กอันนี้ และให้ความแม่นยำที่สูงกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ไฮบริด


โปรของ Titleist, Kevin Na เปลี่ยนไดรเวอร์จาก 910D3 8.5º ก้าน Fubuki 63X เป็น 910D3 9.5º ก้าน Fubuki 63S, Kevin กล่าวว่าไดรเวอร์อันใหม่ ช่วยให้เขาไดร์ฟลูกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

โปรของ Titleist, Gary Woodland คว้าแชมป์ PGA Tour รายการแรกในการเล่นอาชีพของเขาที่ Transitions Championship สนาม Innisbrook's Copperhead แสดงให้เห็นถึงเกมการเล่นที่สุดยอด และการพัฒนาในเกมกอล์ฟของเขาในทุกด้าน


Woodland ทำคะแนน 4 อันเดอร์พาร์ 67 ได้ถึงสามรอบ และพัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1 ของเขา ลงหลุมจากระยะ 10 ฟุต เพื่อเซฟพาร์ ในหลุม 18 พาร์ 4 คว้าแชมป์โดยเอาชนะอันดับที่สองได้ 1 สโตรก และทำให้โปรของ Titleist จบในอันดับที่ 1-2-3 ได้ที่รายการนี้


ผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist คว้าแชมป์ได้ถึง 11 รายการจาก 13 รายการใน 2011 PGA Tour  – และคว้าแชมป์ได้ถึง 24 รายการ จากการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลก

มีนักกอล์ฟถึง 93 คน ที่ลงแข่งขันรายการ Transitions Championship ที่เลือกใช้ลูกกอล์ฟ Titleist – นักกอล์ฟที่จบในสิบอันดับแรก ใช้ถึง 8 คน – มากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 17 คนอย่างมากมาย และมากกว่าจำนวนนักกอล์ฟที่เลือกใช้ลูกกอล์ฟแบรนด์อื่นๆทุกแบรนด์รวมกัน


Woodland, วัย 26 ปี, จบสี่วันที่ 15 อันเดอร์พาร์ 269 (67-68-67-67), เอาชนะอันดับสอง โปรของ tleist, Webb Simpson (67-67-67-69) 1 สโตรก และ โปรของ tleist, Scott Stallings จบในอันดับที่ 3 (66-70-66-70-272)

เป็นผลงานที่ไม่น่าประหลาดใจนัก เพราะ Woodland เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ เขาจบใน 6 อันดับแรกได้ถึง 3 รายการในปี 2011 รวมถึงได้รองแชมป์ที่รายการ Bob Hope Classic เขาจบอันดับที่ 5 ร่วมที่ Waste Management Phoenix Open และจบในอันดับที่ 6 ร่วมที่รายการ Honda Classic เมื่อสัปดาห์ก่อน

"ผมได้ขึ้นมาอยู่บนยอดของภูเขานํ้าแข็งแล้ว อยู่ในจุดที่ผมต้องการ ผมต้องพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกขั้น ตอนนี้ผมเชื่อว่าผมอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว" กล่าวโดย Woodland, ผู้ที่เคยเล่นบาสเก็ตบอลในดิวิชั่น 2 ของลีกในประเทศสหรัฐ ก่อนเข้า University of Kansas และลงแข่งขันกอล์ฟ "ผลงานที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นแล้วว่าผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง"


หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ ในฤดูกาลแรกที่เขาลงแข่งขันใน PGA Tour ในเดือนสิงหาคมปี 2009, นักกอล์ฟตีไกลอย่าง Woodland ได้ทำงานอย่างหนักกับ Randy Smith โค๊ชของเขา ซึ่งทำให้เขากลับมาอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องและประสบความสำเร็จ 

"จากที่ผมได้ดูสถิติ ผมต้องพัฒนาการเล่นลูกสั้น และลูกไดร์ฟ และนั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำมาเป็นเวลาปีครึ่งมาแล้ว และผลของมัน ก็แสดงให้เห็นในปีนี้ เมื่อผมหายจากอาการบาดเจ็บ" กล่าวโดย Woodland, เขาจบในอันดับที่ 11 ร่วมในการแข่งขัน PGA Tour Q-School ในเดือนธันวาคม และได้รับทัวร์การ์ด เพื่อเข้าแข่งขันในปีนี้ "ผมว่ามันเป็นช่วงที่ยากลำบากอย่างมาก เมื่อผมได้รับอาการบาดเจ็บ และในขณะนี้ผมได้กลับมาอยู่ในเส้นทางของความสำเร็จอีกครั้ง"

การแข่งขันในวันสุดท้าย คือบทพิสูจน์ที่ดี เมื่อ Woodland สามารถควมคุมการเล่นที่ขึ้นๆลงๆได้เป็นอย่างดี (สี่เบอร์ดี้, ห้าโบกี้, หนึ่งพาร์) ด้วยความมุ่งมั่น และการพัตต์ที่ดีเยี่ยม


ในหลุม 17, Woodland ตีเหล็ก 5 Titleist MB จากระยะ 220 หลา ไปออนห่างจากธง 15 ฟุต ก่อนพัตต์เบอร์ดี้ลงไปอย่างงดงาม "ผมพัตต์ได้อย่างไ��่มีข้อผิดพลาด มันลงหลุมเสมอ" เขากล่าว

เขาพัตต์พาร์ลงจากระยะ 10 ฟุตในหลุม 18 กลายเป็นผู้เล่นคนที่เจ็ด ที่คว้าแชมป์ PGA Tour ฤดูกาลนี้ ด้วยพัตเตอร์ Scotty Cameron

"ผมพัตต์ไม่ค่อยดีที่ Bob Hope และผมพลาดแชมป์ แต่ผมก็กลับมาได้ที่รายการนี้" เขากล่าว "ผมจบในหกอันดับแรกได้ 3 รายการในปีนี้ แต่ในทุกรายการผมพัตต์ไม่ค่อยดีนักในวันสุดท้าย ผมพัตต์ได้ดีที่รายการนี้ และไม่อยู่ใต้ความกดดัน นั่นทำให้ผมคว้าแชมป์รายการนี้"

Woodland ใบ้เวลาในการฝึกซ้อมส่วนหนึ่งกับโปรของ Titleist อีกท่านอย่าง Brad Faxon หนึ่งในนักกอล์ฟที่พัตต์ดีที่สุดตลอดกาลของทัวร์

"ยิ่งผมได้ฝึกซ้อมร่วมกับ Brad มันช่วยผมอย่างมากในการมีวิธีคิดที่ดี" Woodland กล่าว "เขาบอกว่าผมมีสโตรกในการพัตต์ที่ช้าไปเล็กน้อย และบางทีนั่นอาจจะทำให้ผมพลาดแชมป์ที่ Bob Hope เวลาผมพัตต์พลาด มันมักจะสั้น และไปทางขวา เขาแนะนำวิธีแก้กับผม และเขาคุยกับ Randy Smith ในเรื่องนี้ Randy ให้วิธีการฝึกซ้อมเพื่อช่วยผมในจุดนี้ ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมเน้นไปที่ความเร็วของพัตเตอร์ และมันได้ผลจริงๆ"

ที่รายการนี้ Woodland ทำเบอร์ดี้ได้สูงสุดที่ (22) และมีจำนวนพัตต์เฉลี่ยอยู่ในอันดับที่สอง (27.0)

ฟังบทสัมภาษณ์ Gary ที่กล่าวถึงชัยชนะในครั้งนี้ที่ Titleist Tour Report ที่ด้านล่าง:

เปิดถุงกอล์ฟ Titleist ของ Gary:

ลูกกอล์ฟ: Titleist Pro V1
ไดรเวอร์: 910D3 7.5º, B•2 SFT setting (Aldila RIP 90)
หัวไม้แฟร์เวย์
: 909F3 15.0º (UST Mamiya Proforce V2 96)
ชุดเหล็ก (3-9): MB (Project X Steel)
เหล็กยูทิลิตี้ (2): 503•I (Project X Steel)
เว็ดจ์: Vokey Design Spin Milled 248•10, 254•12 (Project X Steel)
เว็ดจ์: Vokey Design Spin Milled 260•08 (True Temper Dynamic Gold X100)
พัตเตอร์: Scotty Cameron GSS Prototype