กิรเดช อภิบาลรัตน์ โปรกอล์ฟดาวรุ่งของ Titleist ทำเบอร์ดี้ได้ในหลุมที่ 18 พาร์ 5 ที่สนามกอล์ฟ Dehli Golf Club เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนคว้าแชมป์ Asian Tour รายการที่สองของฤดูกาลนี้ รายการ The Sail Open ได้สำเร็จ แชมป์นี้เป็นแชมป์ Asian Tour รายการแรกของนักกอล์ฟหนุ่มที่กำลังพุ่งแรงจากประเทศไทย และทำให้เขาขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของอันดับเงินรางวัลรวมของ Asian Tour  

กิรเดช หรือโปรอาร์ม วัย 21 ปี ทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 จบสี่วันที่ 16 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าแชมป์รายการนี้โดยเอาชนะ Siddikur โปรชาวบังคลาเทศ ซึ่งใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x และขึ้นนำหลังจบวันที่สามไป 2 สโตรก 

"พัตต์สุดท้ายเป็นพัตต์ที่สั้นมากๆ แต่มือผมสั่นครับ ผมดีใจมากที่คว้าแชมป์ได้ ผมรอมาสองปีแล้ว และผมภูมิใจมากครับ" โปรกิรเดช ให้สัมภาษณ์หลังคว้าแชมป์  

Siddikur, เป็นชาวบังคลาเทศคนแรกที่เคยได้แชมป์ Asian Tour, จบอันดับที่ 2, เขามีโอกาสที่จะได้เล่นเพลย์ออฟ ถ้าทำเบอร์ดี้ได้ในหลุม 18 แต่เขาตีทีช็อต พลาดไปอยู่ในรัฟ และต้องตีวางตัว เพื่อทำพาร์ และคว้าอันดับที่ 2

กิรเดชจบ 9 หลุมแรก ที่ 35 ก่อนทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุม 10, 12 และ 14 และทำโบกี้ ในหลุม 16 ทำให้เขามีคะแนนเท่ากับ Siddikur และต้องมาตัดสินกันในหลุมที่ 18 

"ผมเรียนรู้เป็นอย่างมากหลังจากลงเล่นใน Asian Tour มาแล้วสองฤดูกาล ผมรู้สึกตื่นเต้น แต่พยายามบอกกับตัวเองให้เล่นไปตามแผนที่วางไว้ และไปตามเกมของตัวเอง และมันได้ผล" นักกอล์ฟชาวไทยกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่ความโดดเด่น ในการทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุมสุดท้าย

การแข่งขันกอล์ฟ Asian Tour ปี 2011 สองรายการแรก แชมป์ทั้งสองรายการ เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ - และผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titlesit คว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพจากการแข่งขันทั่วโลกได้ 30 รายการแล้วในปีนี้ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่ได้แชมป์ 6 รายการถึง 5 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน มีนักกอล์ฟถึง 4 คนที่จบใน 5 อันดับแรกของรายการ Sail Open ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ประกอบด้วย Siddikur (Pro V1x, อันดับ 2), Ajeetesh Sandhu (Pro V1x, อันดับ 3) และ Manav Jaini (Pro V1x, อันดับ 4)

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้มากที่สุดที่ The Sail Open โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งสิ้น 112 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 16 คนถึง เท่า นอกจากนี้ ชุดเหล็ก (34) และเว็ดจ์ (154) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้มากที่สุดเช่นกัน

เปิดถุงกอล์ฟโปร "อาร์ม" กิรเดช อภิบาลรัตน์:

ลูกกอล์ฟ: Titleist Pro V1x

ไดรเวอร์: Titleist 910D3 9.5 (UST Mamiya Attas)  

ชุดเหล็ก: Titleist AP2 (Project X 6.0)

เว็ดจ์: Vokey Design Spin Milled 52 และ 60

 

ONE ASIA TOUR:  Andre Stolz โปรจาก Titleist (Pro V1x, เว็ดจ์ Vokey Design 52, 56 และ 60 degree) ชาวออสเตรเลีย กลับมาลงแข่งขัน หลังจากหยุดพักไปสองปี เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ คว้าแชมป์ Indonesian PGA Champioship

Stolz ทำเบอร์ดี้ได้ในสองหลุมสุดท้าย ก่อนจบวันสุดท้ายที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 จบสี่วันที่ 14 อันเดอร์พาร์ 274 เอาชนะ Rory Hie (Pro V1x) นักกอล์ฟวัย 22 ปี ไปหนึ่งสโตรก

โปรของ Titleist, Gareth Paddison (Pro V1) และ Park Eun-shin (Pro V1) จบในอันดับสามร่วม นักกอล์ฟที่จบในสี่อันดับแรกทุกคนใช้ลูกกอล์ฟ Titleist 

มีนักกอล์ฟใช้ลูกกอล์ฟ Titleist มากที่สุดที่ Indonesia PGA Championship โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งสิ้น 124 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 11 คนถึงกว่า 11 เท่า นอกจากนี้ หัวไม้แฟร์เวย์ (55), ไม้ไฮบริด (64), ชุดเหล็ก (62) และเว็ดจ์ (163) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้มากที่สุดเช่นกัน

USPGA TOUR: Martin Laird โปรผู้เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ Pro V1x เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และเต็มเปี่ยมไปด้วยความพยายาม ก่อนคว้าแชมป์ Arnold Palmer Invitational ได้สำเร็จ

 


"มันเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และดุเดือน คุณก็รู้ดีว่าความรู้สึกจะสุดยอดเช่นใด เมื่อคว้าถ้วยรางวัลจากการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นนี้" กล่าวโดย Laird, เขาตามหลังผู้นำถึงส��มสโตรก ขณะที่เหลือหลุมให้เล่นเพียงสี่หลุม แต่กลับเล่นได้อย่างสุดยอด และคว้าแชมป์ PGA Tour รายการที่สองในการเล่นกอล์ฟอาชีพของเขา มาได้อย่างงดงาม, หนึ่ง ใน หก แชมป์ ของผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x และคว้าแชมป์ได้ในสัปดาห์นี้

 

 

Laird ทำเบอร์ดี้ได้ถึง 2 หลุม จาก 4 หลุมสุดท้าย และทำสองพัตต์จากระยะ 90 ฟุต ในหลุมที่ 18 ของสนาม Bay Hill พัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1x ของเขาลงจากระยะ 3 1/2 ฟุต ทำพาร์ได้ โดยเอาชนะผู้เล่นที่เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ Pro V1x, Steve Marino ไปหนึ่งสโตรก


Laird จบวันสุดท้ายที่ 3 โอเวอร์พาร์ 75 ไม่มีนักกอล์ฟคนใดในสามกลุ่มสุดท้าย ที่ทำคะแนนได้ตํ่ากว่าพาร์ ในสนามที่เลย์เอ้าท์สุดท้าทายอย่าง Bay Hill

 

 

ผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist คว้าแชมป์ได้ถึง 12 รายการ จาก 14 รายการแรกของ PGA Tour ฤดูกาลนี้ และคว้าแชมป์ได้ 30 รายการจากการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลก มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่ได้แชมป์ 6 รายการถึง 5 เท่า และมากกว่าแบรนด์อื่นๆทุกแบรนด์รวมกัน

 

 

"ผมมีความสุขมากๆ" Laird กล่าว, เขาทำเบอร์ดี้ได้สองหลุมติดต่อกันที่หลุม 15 และ 16 โดยเขาทำพัตต์ที่ยากมากๆลงจากระยะ 15 ฟุต ในหลุม 16 "มันเป็นการแข่งขันที่ยากสุดๆ"

Laird จบสี่วันที่ 8 อันเดอร์พาร์ 280, เป็นนักกอล์ฟชาวยุโรปคนแรกที่คว้าแชมป์ได้ที่สนาม Bay Hill ในรายการแข่งขันที่มีประวัติอันยาวนานถึง 33 ปี และเขาเป็น 1 ใน 75 นักกอล์ฟที่ลงแข่งขันรายการ Arnold Palmer Championship และใช้ลูกกอล์ฟ Titleist มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 13 คนถึงกว่า 5 เท่า และมากกว่าแบรนด์คู่แข่งทุกแบรนด์รวมกัน

มีนักกอล์ฟถึง 6 คนที่จบใน 7 อันดับแรกใช้ลูกกอล์ฟ Titleist – รวมถึง โปรของ Titleist, Marc Leishman ที่จบในอันดับ3 ที่ 6 อันเดอร์พาร์ 282 ชุดเหล็ก (30): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (94); และพัตเตอร์ (42) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน

 

EUROPEAN TOUR: นักกอล์ฟผู้เชื่อมั่นใน Pro V1x, Paul Lawrie คว้าแชมป์ Open de Andalucía แชมป์ European Tour รายการที่หกของเขา ทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 70 ที่สนาม Parador de Malaga Golf เฉือนเอาชนะอันดับที่ 2 ไป 1 สโตรก

 

Lawrie จบสี่วันที่ 12 อันเดอร์พาร์ 268, เอาชนะ Johan Edfors (Pro V1x) ที่ได้อันดับ 2 ไป 1 สโตรก และเหนือ Felibe Aguilar (Pro V1x) ที่ได้อันดับ 3, 2 สโตรก

 

เช่นเดียวกับ Martin Laird (Pro V1x), Lawrie เริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีนัก ก่อนจะกลับมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำเบอร์ดี้ได้ถึง 4 หลุม จาก 5 หลุมแรก ในการเล่น หลุมสุดท้าย เขาต้องทำแค่เพียงโบกี้ในหลุม 18 เพื่อคว้าแชมป์ 


"ผมเล่นได้ดี และพัตต์ได้ดียิ่งขึ้น ผมเล่นได้ดี และถูกที่ถูกเวลา" Lawrie กล่าว "ผมเริ่มต้นตีช็อตสวยๆ เมื่อเริ่มต้นเล่นเก้าหลุมหลัง ผมทำเบอร์ดี้ได้ในหลุม 10, 11 และ 12, จากนั้นเล่นแก้ไขได้ดี ในหลุม 14 และทำเบอร์ดี้ได้ในเวลาที่ต้องการ"

ผมต้องบอกตามตรงว่า ผมรู้สึกว่าจะควบคุมเกมการเล่นไม่ได้ เมื่อตีเกินตั้งแต่เริ่มต้น แต่หลังจากผมมีสมาธิกับเกมอีกครั้ง สิ่งดีๆก็เกินขึ้น"

 

มีนักกอล์ฟ 86 คน ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขันรายการนี้ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 19 คน ถึง 4 เท่า ชุดเหล็ก (35): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (152) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน

 

NATIONWIDE TOUR: โปรของ Titleist, Brett Wetterich ใช้ลูกกอล์ฟ Pro V1x รุ่นใหม่ ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกที่ Chitimacha Louisiana Open และคว้าแชมป์ เขาทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 2 อันเดอร์พาร์ 69 เอาชนะอันดับที่ 2 หนึ่งสโตรก


"ผมชอบสนามนี้ ผมรู้สึกว่ามันเหมาะกับรูปแบบการเล่นของผมมากๆ" Wetterich, เคยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2003 กล่าวกับ PGATour.com "ผมรู้สึกดีมากๆ และคงไม่มีความสุขมากไปกว่านี้อีกแล้ว"

แชมป์รายการนี้เป็นแชมป์ Nationwide Tour รายการที่สามของ Wetterich, เขาเคยคว้าแชมป์ PGA Tour ได้หนึ่งรายการ (2006 Byron Nelson Championship).

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้สูงสุดที่ Chitimacha Louisiana Open โดยมีนักกอล์ฟใช้ 102 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 14 คนถึง เท่า ชุดเหล็ก (32): แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (148); และพัตเตอร์ (62) ของ Titleist มีนักกอล์ฟใช้สูงสุด ที่รายการนี้เช่นกัน 

 

CANADIAN TOUR: Adam Hadwin (Pro Vx) คว้าแชมป์ Pacific Colombia Tour Championship, จบวันสุดท้ายที่ 3 อันเดอร์พาร์ 69 เอาชนะอันดับ 2 ได้ถึง 6 สโตรก คว้าแชมป์ Canadian Tour รายการที่สองในการเล่นกอล์ฟอาชีพได้สำเร็จ

Hadwin, วัย 23 ปีจบสี่วันที่ 25 อันเดอร์พาร์ 263, ทำคะแนนตํ่ากว่า 70 ได้ทั้งสี่วัน  

 

LPGA: มีนักกอล์ฟถึง 8 คนจาก 11 คน ที่จบใน 10 อันดับแรก ในการแข่งขันรายการ KIA Classic ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขัน

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 108 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 11 คนถึง 9 เท่า