การแข่งขัน United States Open Championship ครั้งที่ 111 ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว

จะมีอะไรมากไปกว่าเวลาแห่งความตื่นเต้นที่จะมาถึง

Greg Moore นักถ่ายภาพ, สมาชิกของ Team Titleist ได้ส่งภาพสวยๆ จากการเล่นรอบฝึกซ้อมของนักกอล์ฟชั้นนำที่สนาม Congressional Country Club, รวมถึงภาพการสวิงของ โปรของ Titleist, Nick Watney และภาพเว็ดจ์ Vokey Design Spin Milled ของเขา (ตามภาพด้านล่าง)

คลิกที่ภาพด้านล่างเพื่อดูภาพทั้งหมด – และติดตาม Titleist Tour Blog (เช่นเดียวกันกับ Facebook และ Twitter ของเรา) สำหรับภาพสวยๆและข้อมูลอัพเดทล่าสุดจากสนาม Congressional

ขอบคุณอีกครั้ง, Greg!

 


สองวันแรกของสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน U.S. Open ได้รับการต้อนรับด้วยสภาพอากาศที่ดีมากๆ – ทำให้การแข่งขันได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

Team Titleist ได้จับตา และเก็บข้อมูล การเตรียมตัวและฝึกซ้อมของนักกอล์ฟที่จะลงแข่งขัน ณ สนาม Congressional Country Club, ทั้งในการออกรอบ ในสนามซ้อม และใน Titleist Tour Van

"รายการนี้เป็นการแข่งขันที่ยากสุดๆเสมอ" นักกอล์ฟผู้เชื่อมั่นใน Pro V1x, Luke Donald กล่าวกับสื่อเมื่อวันอังคาร "เหมือนกับที่ทุกคนบอก การได้พาร์ถือว่าเป็นสกอร์ที่ดีแล้วที่ U.S. Opens และผู้เล่นต้องเล่นอย่างอดทน และไม่ต้องเล่นเซฟจนเกินไป คุณต้องเล่นในเกมของคุณและสนุกกับมัน"

คุณสามารถคลิกไปที่รูปด้านล่าง สำหรับรูปภาพในสองวันแรก��ี่นักกอล์ฟทำการฝึกซ้อม และติดตามเราต่อไปในวันพรุ่งนี้ และตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับรูปภาพและข้อมูลล่าสุดของอุปกรณ์ที่นักกอล์ฟเลือกใช้ลงแข่ง U.S. Open

 

 

แชมป์รายการ The Players Championship ที่สนาม TPC Sawgrass คนล่าสุด, K.J. Choi ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ที่ออกแบบสำหรับนักกอล์ฟทุกความเร็วสวิง

เช่นเดียวกันกับ Steve Stricker ที่คว้าแชมป์เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ The Memorial

Choi คว้าแชมป์ด้วยลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 golf ball, Stricker ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x ลูกกอล์ฟรุ่นเดียวกันกับที่วางจำหน่ายในร้านค้ากอล์ฟทั่วไป
สำหรับนักกอล์ฟบางคน ยังมีความเข้าใจที่ผิดว่าลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x มีประสิทธิภาพที่เหมาะกับนักกอล์ฟที่แข่งขันในทัวร์ และนักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงสูงๆเท่านั้น

"ผมยังสวิงได้ไม่เร็วพอที่จะใช้ลูกกอล์ฟรุ่นเดียวกับที่นักกอล์ฟในทัวร์ใช้" นี่เป็นคำพูดที่ทีมทำฟิตติ้งลูกกอล์ฟของ Titleist ได้ยินบ่อยครั้ง
ความจริง คือ ถ้าลูกกอล์ฟถูกออกแบบสำหรับนักกอล์ฟทุกคน มันต้องให้ประสิทธิภาพที่ดีในทุกความเร็วสวิง นักกอล์ฟทุกคน ต้องตีในหลายความเร็วสวิง ในการออกรอบหนึ่งรอบ

 "ความเชื่อที่ว่านักกอล์ฟมีความเร็วสวิงเพียงความเร็วเดียว บางครั้งสร้างความสับสน เพราะในความจริงแล้ว นักกอล์ฟทุกคน มีความเร็วสวิงที่ใช้จริงหลายช่วง" กล่าวโดย Bill Morgan, Senior Vice President of Titleist Golf Ball R&D "เราไม่ได้ใช้ความเร็วสวิงความเร็วเดียว ในการออกรอบหนึ่งรอบ และมันก็ไม่ใช่ธรรมชาติของการเล่นกอล์ฟ"

ตัวอย่างเช่น แชมป์ PGA Tour สามรายการ Bubba Watson นักกอล์ฟที่ตีไกลที่สุดคนหนึ่งในทัวร์

ความเร็วสวิงด้วยไดรเวอร์ของ Bubba สูงกว่า 120 ไมล์ต่อชั่วโมง และความเร็วลูกกอล์ฟสูงกว่า 180 ไมล์ต่อชั่วโมง เมื่อเขาตีด้วยเหล็ก หรือเล่นลูกสั้น ความเร็วสวิงของเขาตํ่าลง เพราะว่าไม้กอล์ฟสั้นลง เขามีความเร็วสวิงที่ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง เมื่อสวิงด้วยเหล็ก 7-iron (ความเร็วลูกกอล์ฟ 136 ไมล์ต่อชั่วโมง) และ 92 ไมล์ต่อชั่วโมง (ความเร็วลูกกอล์ฟ 113 ไมล์ต่อชั่วโมง) เมื่อเขาสวิงด้วยพิทชิ้งเว็ดจ์

"จะเห็นได้ชัดว่าเขาสวิงด้วยความเร็วสวิงหลายแบบ" กล่าวโดย Matt Hogge, Director of Product Implementation in Titleist Golf Ball R&D. "กฎข้อ 5-1 ของ USGA กล่าวว่า ลูกกอล์ฟเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ที่สามารถใช้ได้ในการเล่นหนึ่งรอบ ถ้าลูกกอล์ฟที่ Bubba นำมาใช้ให้ประสิทธิภาพสูง เฉพาะช็อตทีออฟ เขาจะใช้มันทำไม เขาใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x เพราะมันให้ประสิทธิภาพสูงในทุกความเร็วสวิง"

นานหลายปี ที่ทีมวิจัยและพัฒนาของ Titleist R&D ได้ทำการวัดถึงช่วงของความเร็วสวิงของนักกอล์ฟ ทั้งนักกอล์ฟอาชีพในทัวร์ และนักกอล์ฟสมัครเล่นแฮนดิแคปสูง


"เราเห็นได้ชัดว่า นักกอล์ฟอาชีพมีช่วงความเร็วสวิงที่กว้างมาก – และแน่นอนว่า คนที่มีความเร็วสวิงสูงสุด จะมีความเร็วที่สูงมากๆ – ดังนั้นช่วงของความเร็วสวิงของนักกอล์ฟทั่วไป จะอยู่ในช่วงของความเร็วสวิงของนักกอล์ฟในทัวร์" Morgan เสริม

ความเร็วสวิงที่ช้ากว่าของนักกอล์ฟสมัครเล่น เมื่อเปรียบเทียบกับนักกอล์ฟในทัวร์ที่สวิงด้วยไม้อันเดียวกัน จะเท่ากันกับความเร็วสวิงของนักกอล์ฟในทัวร์ที่สวิงด้วยไม้อันอื่น หรือเล่นช็อตแบบอื่นๆ

 "ถ้าลูกกอล์ฟ Pro V1 และ Pro V1x ทำงานได้ไม่ดี ในช่วงความเร็วสวิงตํ่า มันจะมีบางช็อตที่นักกอล์ฟที่เล่นในทัวร์ ที่ต้องสวิงที่ความเร็วตํ่าเช่นกัน" Morgan กล่าว "นั่นเป็นข้อพิสูจน์ที่ว่าลูกกอล์ฟทั้งสองรุ่นไม่เพียงแค่เล่นได้ดีสำหรับนักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงสูง"

เมื่อถึงเวลาที่นักกอล์ฟ ไม่ว่ามีฝีมือระดับใดก็ตาม ต้องเลือกลูกกอล์ฟ Titleist ที่ดีที่สุด สำหรับเกม มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วสวิง หรือความเร็วลูกกอล์ฟเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในทุกด้าน

และที่สำคัญอีกอย่าง ลูกกอล์ฟ Titleist ทุกรุ่น ถูกออกแบบให้ตีได้ไกล


ความแตกต่างด้านระยะทาง เมื่อตีด้วยไดรเวอร์ สำหรับนักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงระดับทัวร์ (ประมาณ 110 ไมล์ต่อชั่วโมง) ไปถึงนักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงตํ่า (ในช่วง 80 ไมล์ต่อชั่วโมง) นักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงระดับเดียวกัน ทั้งเร็วหรือช้า จะตีลูกกอล์ฟ Titleist ทุกรุ่น ได้ระยะทางที่แตกต่างกันไม่เกิน 4 หลา ซึ่งไม่ทำให้เกมการเล่นเปลี่ยนไป หรือทำให้สกอร์ลดลง

ในทางกลับกัน การตีกรีนอินเรคกูเลชั่นหนึ่งครั้ง สามารถช่วยคุณลดสกอร์ได้ถึงสองสโตรก เลือกลูกกอล์ฟที่ช่วยให้คุณตีกรีนอินเรคกูเลชั่นได้บ่อยครั้งยิ่งขึ้น และสมํ่าเสมอยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการลดสกอร์ของคุณได้ดีที่สุด 

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คุณลดสกอร์ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในช็อตทำคะแนน ที่คุณตีลูกเข้าสู่กรีนหรือเล่นรอบกรีน  และลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x ให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลูกที่ดีที่สุด สำหรับเล่นช็อตเหล่านี้

"ลูกกอล์ฟไม่รู้หรอกว่าใครตีมัน" Morgan กล่าว "ผมไม่สามารถสร้างลูกกอล์ฟที่ทำให้นักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงตํ่าตีได้ไกลเท่ากับนักกอล์ฟในทัวร์ อย่างไรก็ตาม ผมสามารถสร้างลูกกอล์ฟที่ทำให้นักกอล์ฟที่มีความเร็วสวิงตํ่า ตีลูกเข้าไปออนกรีน และทำคะแนนได้ตํ่าลง เหมือนกับที่นักกอล์ฟในทัวร์ทำได้ เพราะว่าการเล่นในส่วนนี้มีความสำคัญที่สุดในเกมกอล์ฟ และนักกอล์ฟทุกคนสามารถเล่นได้แบบเดียวกัน

"นักกอล์ฟทุกคนมีความต้องการแบบเดียวกัน เมื่อตีลูกเข้ากรีน คือ ต้องการตีลูกให้เข้าใกล้ธงให้มากที่สุด"

• • •

คุณสามารถเริ่มฟิตติ้งลูกกอล์ฟ Titleist ด้วยตนเอง โดยคลิกไปที่ www.titleist.co.th/golf-ball-fitting/

 

นี่คือข้อคิดสำหรับคุณ เมื่อคุณต้องการที่จะใช้ลูกกอล์ฟหลายๆรุ่นหรือเปลี่ยนลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ในการออกแบบ: การเปลี่ยนลูกกอล์ฟคือการเปลี่ยนทุกช็อตของคุณ


และถ้าคุณต้องการที่จะลดสกอร์ (ใครบ้างหละที่ไม่ต้องการ?) ขั้นแรก คุณต้องทราบว่าลูกกอล์ฟที่คุณเลือกใช้ จะให้ประสิทธิภาพในแบบใด สำหรับทุกครั้งของการสวิง

เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การเล่นลูกสั้นของคุณ มีความสมํ่าเสมอมากยิ่งขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะเข้าใจถึงความรู้สึก และประสิทธิภาพในการเล่น เมื่อคุณเปลี่ยนรุ่นของลูกกอล์ฟในการเล่นแต่ละรอบ (หรือแม้กระทั่งในแต่ละหลุม)

"เราพบว่ามีนักกอล์ฟจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ซื้อลูกกอล์ฟรุ่นเดียวกันทุกครั้ง และใช้ลูกกอล์ฟรุ่นไหนก็ได้ที่หยิบขึ้นมาจากถุงกอล์ฟ John Fizer ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำฟิตติ้งลูกกอล์ฟจาก Titleist กล่าวว่า "นักกอล์ฟจำนวนมากที่คิดว่า การใช้ลูกกอล์ฟต่างรุ่นกันในการออกรอบ จะมีผลต่อเกมการเล่น แต่ที่จริงแล้ว เขาได้ลดโอกาสที่จะให้ตนเองทำคะแนนให้ตํ่าลง"

เพราะลูกกอล์ฟแต่ละรุ่น ได้ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพในช็อตเข้าสู่กรีน นักกอล์ฟต้องทราบว่าลูกกอล์ฟจะให้ผลงานแบบใด เมื่อเขาสวิงได้อย่างถูกต้อง

ระหว่างกระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรารวบรวมความคิดเห็นของนักกอล์ฟในทุกระดับฝีมือ ในด้านประสิทธิภาพของลูกกอล์ฟที่พวกเขาต้องการ ทุกข้อมูลที่ได้รับมีผลต่อการออกแบบลูกกอล์ฟ Titleist เพื่อให้แต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน 



“เมื่อนักกอล์ฟได้รับการฟิตติ้งลูกกอล์ฟ Titleist ที่เหมาะสม และดีที่สุด สำหรับเกมการเล่นของพวกเขา เขาจะมีเกมการเล่นที่สมํ่าเสมอยิ่งขึ้น” กล่าวโดย Mike Gibson, Manager of Titleist Golf Ball Fitting


“เมื่อนักกอล์ฟได้รับการทดสอบอย่างเจาะลึก เราพบว่าการเล่นโดยใช้ลูกกอล์ฟรุ่นเดียวกันตลอดการออกรอบ ช่วยลดความแตกต่างด้านประสิทธิภ��พของลูกกอล์ฟ ในการออกรอบ ช่วยเพิ่มโอกาสในการตีกรีนอินเรคกูเลชั่น ให้มากครั้งยิ่งขึ้น และช่วยให้ตีใกล้ธงยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นโปรหรือนักกอล์ฟสมัครเล่น พัตต์จากระยะที่สั้นลง มีโอกาสลงที่มากกว่า นักกอล์ฟทุกคนต้องการโอกาสนั้น”

Michael Collins ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟิตติ้งลูกกอล์ฟจาก Titleist กล่าวเสริมว่า: "เมื่อคุณเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ว่าลูกกอล์ฟของคุณทำงานอย่างไร คุณจะได้รับประโยชน์ในทันที โดยเฉพาะช็อตทำคะแนนในการตีเข้ากรีนและเล่นรอบกรีน”

"ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณตีลูกเข้ากรีนด้วยเหล็ก 7 ลูกกอล์ฟจะตกลงกรีน และจากนั้นอาจเป็นไปได้หลายรูปแบบ มันจะตกแล้วหยุดเลยหรือไม่? หรือว่ามันจะตกแล้วกระดอนสองสามครั้งแล้วหยุด? ถ้าคุณทราบถึงรูปแบบของมัน คุณจะเกิดความมั่นใจในลูกกอล์ฟของคุณ และมันคือจุดเริ่มต้น ในการเปลี่ยนเกมการเล่นทั้งหมดของคุณ"

กระบวนการฟิตติ้งลูกกอล์ฟจากกรีนถึงแท่นทีของ Titleist จากข้อเท็จจริงที่ว่า โอกาสที่ดีที่สุดในการลดสกอร์ เกิดจากช็อตที่ตีเข้ากรีน ถ้านักกอล์ฟสามารถพัฒนาเกมการเล่นในด้านนี้ จะมีผลต่อเกมการเล่นของคุณมากที่สุด

มันมีเหตุผลว่าทำไมนักกอล์ฟอาชีพที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขันทั่วโลก ต่างเข้าสู่กระบวนการทำฟิตติ้งลูกกอล์ฟแบบเจาะลึก เพื่อหาลูกกอล์ฟ Titleist ที่เหมาะสมที่สุดหนึ่งรุ่น สำหรับลงแข่งขัน: เมื่อคุณลงเล่นลูกกอล์ฟที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเกมของคุณ การจัดการช็อตของคุณจะดียิ่งขึ้น และคุณจะมีโอกาสในการลดสกอร์ที่สูงยิ่งขึ้น

คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเกมของคุณโดยเลือกใช้ลูกกอล์ฟที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ

คุณสามารถเริ่มฟิตติ้งลูกกอล์ฟ Titleist ด้วยตนเอง โดยคลิกไปที่ www.titleist.co.th/golf-ball-fitting/

โปรของ Titleist, Steve Stricker คว้าแชมป์ The Memorial Tournament ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของฤดูกาล

ในการเล่นทั้งสี่รอบที่สนาม Muirfield Village, Stricker ทำโฮลอินวัน สามอีเกิ้ล และตีลูกจากทรายยากๆมาเซฟพาร์ได้สองหลุม เขาคว้าแชมป์โดยเอาชนะอันดับที่สอง 1 สโตรก Stricker เลือกใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x และอุปกรณ์กอล์ฟของ Titleist

Iแชมป์นี้เป็นแชมป์ PGA Tour รายการที่ 10 ในการเล่นกอล์ฟอาชีพของ Stricker และเป็นหนึ่งในแปดแชมป์ของผู้เล่นที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลก ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผู้เล่นที่เชื่อมั่นในลูกกอล์ฟ Pro V1x, Britanny Lincicome ที่คว้าแชมป์ LPGA และ Steve Wheatcroft (Pro V1x) ที่คว้าแชมป์ Nationwide Tour

 ลูกกอล์ฟ Titleist คว้าแชมป์ได้สูงสุดในฤดูกาลนี้ โดยได้แชมป์จากการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลกแล้ว 66  รายการ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่ได้แชมป์ 11 รายการถึง 6 เท่า

มีนักกอล์ฟถึง 8,222 คนที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titlest ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 1,289 คน มากกว่า 6 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน

ที่รายการ Memorial, Stricker เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ทำคะแนนตํ่ากว่า 70 ได้ทั้งสี่วัน เขาจบสี่วันที่ 16 อันเดอร์พาร์ 272 (68-67-69-68) เอาชนะอันดับที่สอง ซึ่งเป็นนักกอล์ฟที่ใช้ Pro V1x, Brandt Jobe (71-68-69-65) ไป 1 สโตรก

ในวันสุดท้าย Stricker ทำได้ถึง 6 เบอร์ดี้ ในเก้าหลุมแรก จบเก้าหลุมแรกที่คะแนน 6 อันเดอร์พาร์ 30 ก่อนปิดด้วยการเล่นลูกสั้นที่สุดยอด ในการเล่นเก้าหลุมหลัง 

ที่หลุม 12 พาร์ 3 เขาตีลูกจากบังเกอร์ระยะ 50 ฟุต ถึงธง ด้วยเว็ดจ์ Vokey Design Spin Milled 254•10º (ดัดเป็น 53•09º) เข้ามาห่างธงแค่ 11 นิ้ว พัตต์พาร์ง่ายๆ

ที่หลุม 16 พาร์ 3, Stricker ต้องเล่นลูกในไลน์ที่ยากมากๆอีกครั้ง จากหลุมทราย ทำให้เขาต้องเล่นลูกไปทางซ้าย อยู่ห่างจากหลุมราว 15 ฟุต แต่ Stricker ยังสามารถพัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1x ของเขาลงหลุมไปอย่างงดงาม จากนั้น เขาพัตต์พาร์ลงจากระยะ 7 ฟุต ในหลุม 17 และทำให้เขาขึ้นนำถึง 2 สโตรก เมื่อขึ้นหลุม 18 

"ผมเล่นเซฟช็อตยากๆได้สองสามครั้งในวันนี้ ซึ่งมันช่วยผมได้มาก ในการคว้าแชมป์" Stricker กล่าว

 Stricker เล่นช็อตเด่นๆได้หลายช็อตในสัปดาห์นี้ ในวันศุกร์ เขาตีเหล็ก 6 ของชุดเหล็ก AP2 ในหลุมพาร์ 3 ระยะ 186 หลา หลุม 8 ลูกพุ่งตรงไปที่ธง และลูกกอล์ฟ Pro V1x ของเขาตกลงบนกรีน กระเด้งเล็กน้อยสองครั้งก่อนกลิ้งลงหลุม 


วันถัดมา Stricker ทำได้สองอีเกิ้ล ในห้าหลุมแรก ในหลุมสอง พาร์ 4 Stricker ใช้เว็ดจ์ Vokey Design Spin Milled 254•10º ตีลูกกอล์ฟ Pro V1x จากระยะ 114 หลาลงหลุม และที่หลุม 5 พาร์ 5 เขาตีเหล็ก 3 ของชุดเหล็ก AP2 ในช็อตสอง เข้าไปห่างธงเพียง 7 ฟุต และพัตต์อีเก้ลได้สำเร็จ


"เมื่อคุณมองกลับไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ตลอดทั้งสัปดาห์ โฮลอินวัน อีเก้ล และการเซฟช็อตยากๆ ที่หลุม 12 และ 16" กล่าวโดย Stricker วัย 44 ปี "คุณต้องเชื่อว่านี่เป็นสัปดาห์ของคุณที่จะคว้าแชมป์ เมื่อสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน"

สถิติของสัปดาห์นี้ Stricker ตีลูกอยู่ในแฟร์เวย์เป็นอันดับที่ 2 (80.4%) และอยู่ในอันดับที่ 5 ของการพัตต์ต่อกรีนอินเรคกูเลชั่น (1.633)

Stricker เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟ 85 คน ที่ลงเล่นรายการ Memorial ด้วยลูกกอล์ฟ Titleist มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 10 คน กว่า 10 เท่าและมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน

จากนักกอล์ฟทั้งหมด 12 คนที่จบใน10 อันดับแรกที่รายการ Memorial, 10 คน ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist รวมถึง นักกอล์ฟของ Titleist, Rory McIlroy (อันดับ 5 11 อันเดอร์พาร์ 277) และ Gary Woodland (อันดับ 6 10 อันเดอร์พาร์ 278)


นอกจากนี้ Titleist ยังเป็นอันดับ 1 ในจำนวนนักกอล์ฟที่ใช้ ชุดเหล็ก(40);  แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (106); และพัตเตอร์ (50).

Stricker ให้สัมภาษณ์กับ Golf Channel ทันทีหลังคว้าแชมป์ คุณสามารถเข้าไปดูโดยคลิกที่วีดีโอด้านล่าง:


เปิดถุงกอล์ฟ Titleist ของ Steve Stricker:

ลูกกอล์ฟ: Titleist Pro V1x
ไดรเวอร์: Titleist 909D3 8.5º, (UST Mamiya Proforce V2 86)
หัวไม้สาม: Titleist 906F2 13º, (UST Mamiya Proforce V2 96)
ไม้ไฮบริด: Titleist 909H 19º (UST Mamiya Proforce V2 Hybrid 104)
ชุดเหล็ก: AP2 3-P (KBS Prototype)
เว็ดจ์: Titleist Vokey Design Spin Milled 253•09º, 259•11º (True Temper Dynamic Gold w/Sensicore)

• • •

 
• LPGA: นักกอล์ฟผู้เชื่อมั่นใน Pro V1x, Brittany Lincicome คว้าแชมป์ Shoprite LPGA Classic และโปรที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titelist จบในอันดับที่ 1-2-3-4 เธอทำเบอร์ดี้ได้ในหลุม 18 เอาชนะอันดับที่สอง ไปหนึ่งสโตรก

เธอเล่นในหลุมสุดท้าย พาร์ 5 โดยมีคะแนนเท่ากับนักกอล์ฟอีกท่าน Lincicome พิทช์ ช็อตที่สาม จากหญ้ายาวทางด้านซ้ายของกรีน เข้ามาห่างธงเพียง 5 ฟุต จากนั้นเธอพัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1x ลง ทำเบอร์ดี้ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์ LPGA รายการที่สี่ในการเล่นกอล์ฟอาชีพของเธอ

"ทุกสิ่งทุกอย่างมันมาถูกที่ถูกเวลา" กล่าวโดย Lincicome วัย 25 ปี

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ Lincicome คว้าแชมป์? เธอทำได้ถึง 9 อันเดอร์พาร์ที่หลุมพาร์ 5 ในสัปดาห์นี้ และไม่ได้ทำโบกี้หรือเกินกว่าโบกี้ใน 38 หลุมสุดท้าย

เธอจบสามวันที่ 11 อันเดอร์พาร์ 202 (72-64-66) เอาชนะ นักกอล์ฟที่เชื่อมั่นใน Pro V1, Jiyai Shin (66-71-66) และ Cristie Kerr (69-65-69) หนึ่งสโตรก และนักกอล์ฟที่เชื่อมั่นใน Pro V1x, Catriona Matthew (68-67-69) ที่จบอันดับสี่ 2 สโตรก


ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 112 คนที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขัน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 13 คน มากกว่า 8 เท่า

• NATIONWIDE TOUR:  โปรผู้เชื่อมั่นใน Pro V1x, Steve Wheatcroft จบการแข่งขันด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอด ที่เป็นประวัติศาสตร์ของ Nationwide Tour โดยทำอีเกิ้ลได้ที่หลุม 18 ที่สนาม University of Maryland Golf Course คว้าแชมป์ Melwood Prince George's County Open เอาชนะอันดับที่สอง โดยทำคะแนนทิ้งห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Nationwide Tour 12 สโตรก

 "ผมเล่นได้ดีและทำทุกอย่างได้ตามต้องการ ผมลงแข่งขันมาแล้วห้าปี แต่ยังไม่เคยคว้าแชมปฺ์" กล่าวโดย Wheatcroft "ผมต้องการพัฒนาเกมการเล่น และต้องการก้าวไปอีกขั้น"

Wheatcroft เป็นหนึ่งในนักกอล์ฟ 109 คน ที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist ลงแข่งขันรายการนี้ มากกว่า แบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 18 คน กว่า 6 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน

นอกจากนี้ Titleist ยังเป็นอันดับ 1 ในจำนวนนักกอล์ฟที่ใช้ ชุดเหล็ก (41); แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (147); และพัตเตอร์ (73)

• CHAMPIONS TOUR: นักกอล์ฟผู้เชื่อมั่นใน Pro V1, Bob Gilder พัตต์เบอร์ดี้ลงจากระยะ 30 ฟุตในหลุม 18 เอาชนะอันดับที่สอง 1 สโตรก คว้าแชมป์ Principal Charity Classic

Gilder วัย 60 ปี จบสามวัน ในการแข่งขันที่สนาม Glen Oaks Country Club ใน West Des Moines, Iowa ที่ 14 อันเดอร์พาร์ 199 (68-66-65) คว้าแชมป์ได้อีกครั้ง หลังจากเคยคว้าแชมป์เมื่อปี 2005 เขาคว้าแชมป์ Champions Tour แล้วสิบรายการ


"มันเป็นเวลานามมากแล้ว" Gilder กล่าวกับผู้สื่อข่าว "คุณต้องทำงานที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น มันน่าตื่นเต้นมากที่คุณสามารถทำมันได้อีกครั้ง"

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้มากที่สุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 53 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่มีนักกอล์ฟใช้ 13 คน มากกว่า 3 เท่า Titleist ยังเป็นอันดับ 1 ในจำนวนนักกอล์ฟที่ใช้ชุดเหล็ก (22); และเว็ดจ์ (73)

 

• SUNSHINE TOUR: โปรของ Titleist, Justin Harding คว้าแชมป์ South African Sunshine Tour ได้เป็นรายการที่สอง จบวันสุดท้ายที่่ 2 อันเดอร์พาร์ 70 ที่สนาม Royal Swazi Spa เอาชนะอันดับที่สอง 1 สโตรก คว้าแชมป์ Lombard Insurance Classic

 Harding ทำคะแนนรวมที่ 14 อันเดอร์พาร์ 202 (64-68-70) เขาทำเบอร์ดี้ได้ที่หลุม 17 พาร์ 5 โดยพัตต์ลูกกอล์ฟ Pro V1x ของเขาลงหลุมจากระยะ 6 ฟุต 

"ผมต้องทุ่มเทอย่างหนัก” Harding กล่าว “ผมเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่ควบคุมเกมได้ และสามารถพัตต์ลูกลง ในเวลาที่ต้องการ”

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 56 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีนักกอล์ฟใช้ 14 คน เกือบสี่เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน

• KOREAN TOUR: โปรของ Titleist, SoonSang Hong คว้าแชมป์ Subaru Classic แชมป์รายการที่สามในการเล่นกอล์ฟอาชีพของเขา


Hong จบสี่วันที่ 8 อันเดอร์พาร์ 276 เอาชนะนักกอล์ฟที่เชื่อมั่น Pro V1, HyukJae Choi ไปสองสโตรก

จากนักกอล์ฟทั้งหมด 12 คน ที่จบใน 10 อันดับแรก มีถึง 8 คน ที่เลือกใช้ลูกกอล์ฟ Titleist และมีถึง 4 คนที่จบใน 5 อันดับแรก 

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งหมด 104 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ที่มีนักกอล์ฟใช้ 17 คนกว่า 6 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน


• JAPAN TOUR: นักกอล์ฟที่ใช้ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1x จบในอันดับที่ 1-2-3 ที่รายการ Japan Golf Tour Championship โดยที่ J.B. Park (Pro V1x) ทำคะแนนในวันสุดท้ายที่ 3 อันเดอร์พาร์ 68 คว้าแชมป์แรก ในการเล่นกอล์ฟอาชีพ 

Park จบสี่วันที่ 6 อันเดอร์พาร์ 278 (77-68-65-68) ที่ West Course สนาม Shishido Hills Country Club เอาชนะ Daisuke Maruyama (Pro V1x) 1 สโตรก และเอาชนะ Brad Kennedy (Pro V1x) ที่จบอันดับสาม 2 สโตรก 


รายการ Japan Golf Tour Championship เป็นรายการเมเจอร์รายการที่สองของปีของ Japan Golf Tour การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ ทำให้ Park ได้สิทธิลงแข่งรายการ World Golf Championship ที่่ Firestone

ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุดที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ 60 คน นอกจากนี้ Titleist ยังเป็นอันดับ 1 ในไม้ไฮบริด (44); และแซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ และแอ็พโพรสเว็ดจ์ (103)

• CANADIAN TOUR: Jose de Jesus Rodriguez (Pro V1x) คว้าแชมป์ Canadian Tour ได้สองรายการติดต่อกัน หลังจากคว้าแชมป์ Times Colonist Island Savings Open เขาลงเล่นในวันสุดท้ายโดยไม่มีโบกี้เลย จบวันสุดท้ายที่ 4 อันเดอร์พาร์ 66 เอาชนะอันดับที่สอง 2 สโตรก

Rodriguez เพิ่งคว้าแชมป์เมื่อเดือนที่แล้ว ที่รายการ Mexican PGA Championship ในการเล่นเพลย์ออฟ จบสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 267 ที่สนาม Uplands Golf Club ใน Victoria เขาไม่มีโบกี้เลยในการเล่น 34 หลุมสุดท้าย


"ผมเล่นได้ดีสุดๆในวันนี้ และรู้สึกดีมากๆที่คว้าแชมป์รายการนี้" กล่าวโดย Rodriguez วัย 30 ปี "แชมป์นี้มีความหมายมากสำหรับผม และทำให้ความฝันของผมที่จะได้เล่นใน PGA Tour เข้าใกล้ยิ่งขึ้น"

• EUROPEAN TOUR: ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุด ที่รายก��รนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งหมด 96 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ทีมีนักกอล์ฟใช้ 22 คน กว่า 4 เท่า และมากกว่าทุกแบรนด์รวมกัน

NCAA MEN'S CHAMPIONSHIP: ลูกกอล์ฟ Titleist ถูกเลือกใช้สูงสุด ที่รายการนี้ โดยมีนักกอล์ฟใช้ทั้งหมด 108 คน มากกว่าแบรนด์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด ทีมีนักกอล์ฟใช้ 26 คน กว่า 4 เท่า นอกจากนี้ Titleist ยังเป็นอันดับ 1 ในชุดเหล็ก (49); แซนด์เว็ดจ์ ล็อบเว็ดจ์ แอ็พโพรสเว็ดจ์ (153); และพัตเตอร์ (58)

1
2
3