The remarkable start for Titleist players on the PGA Tour continued this weekend as Scott Stallings became the 8th player through the first 10 PGA Tour tournaments on the new 2013-14 wrap-around season to win with a Titleist golf ball.

Stallings trusted his Pro V1x golf ball and Titleist clubs to emerge from the field and capture the Farmers Insurance Open for his third career PGA Tour title. With the win, Stallings also becomes the fourth Titleist full product line brand ambassador to win in the young season, joining Jimmy Walker (Frys.com Open, SONY Open in Hawaii), Webb Simpson (Shriners Hospitals for Children Open) and Zach Johnson (Hyundai Tournament of Champions).

In addition, Stallings was among 99 players in the 156-man field at Torrey Pines who put their trust in Titleist golf balls, more than five times the nearest competitor with 17.  The same story was repeated on the PGA European and LPGA tours this week, where the overwhelming choice among players was the #1 ball in golf. 

All told, a combined 257 players relied on Pro V1 and Pro V1x golf balls across the worldwide professional tours this week, more than five times the nearest competitor with 48. 

 To date, 1,569 players have teed up Titleist golf balls in competition on the 2014 worldwide professional tours, more than five times the nearest competitor with 272 and more than all competitors combined.

• • •

 PGA TOUR:  At the Farmers Insurance Open, Titleist topped the field in the golf ball (99), iron sets (42), sand, approach and lob wedges (166) and putter (61) categories.

Stallings fired a final round 4-under par 68 on Sunday that included a dramatic birdie on the final hole. On a day when finding fairways was a challenge for the entire field, Stallings split the 527-yard 18th with his drive, leaving 222 yards to the front of the green. As he explained in a post-round interview, laying up never entered his mind.

"You don't get very many opportunities to win golf tournaments on this tour," Stallings said. "I didn't necessarily understand the situation I was in as far as the score, but I did know I had an opportunity. ... I was playing to win."

Stallings blasted a new AP2 4-iron that cleared Devlin's Billabong, the water hazard fronting the 18th green on the South Course at Torrey Pines, leaving him two putts from 40 feet, which he converted for his closing birdie. His 9-under par 279 total would stand up as the remaining players finished, giving him a one-shot margin of victory over five players, including fellow Titleist Brand Ambassadors Marc Leishman and Graham DeLaet.

What's in Scott Stalling's Bag?

Golf Ball: Pro V1x
Driver: 913D2 (8.5º) driver w/Aldila Rogue X
Fairways: 913F (15º) fairway metal w/Aldila Rogue X
Irons: AP2 714 (4-P) irons w/KBS Tour shafts
Wedges: Vokey Design SM5 gap (50º), sand (54º) and lob (58º) wedges w/KBS Tour shafts
Putter:Scotty Cameron Newport 2.6 putter

Statistically, Stallings led the Farmers Insurance Open field in Strokes Gained – Putting at 2.794. He was followed by rookie and fellow Titleist Brand Ambassador Justin Thomas at 2.509. Thomas finished T10 on the leaderboard, his highest finish on the PGA TOUR.

In addition to finishing T2 on the leaderboard, Titleist Brand Ambassador Graham DeLaet relied upon his Pro V1x golf ball and 913D3 (7.5º loft) driver to finish 2nd in Driving Distance (302 ypd).

Marc Leishman, another player who trusted Titleist equipment from tee-through-green, tied for the lead among all players in Greens in Regulation at 77.78% (56 of 72). DeLaet tied for 5th in the same category (72.2%/52 of 72).

• • •

 PGA EUROPEAN TOUR:  At the Commercialbank Qatar Masters 80 players in the 125-man field relied upon Titleist golf balls, more than three times the nearest competitor with 22.

Titleist Brand Ambassador Mikko Ilonen posted a runner-up finish at the Commercialbank Qatar Masters. The Finn birdied both the 16th and 18th hole to complete a 6-under 66 that forced extra holes.

• • •

 LPGA TOUR:  Of the 108-player field, 78 players relied upon Titleist golf balls, more than eight times the nearest competitor with 9.

พัตเตอร์ทรงเบลดที่ทันสมัย ทรงมัลเล็ทขนาดกลาง และทรงมัลเล็ทมาตรฐาน

ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากทัวร์ พร้อมตกแต่งด้วยสีแบบใหม่ Silver Mist

 

สุดยอดนักออกแบบและผลิตพัตเตอร์ Scotty Cameron ได้รับแรงบันดาลใจจากนักกอล์ฟชั้นนำของโลก และทำงานโดยใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ พัตเตอร์ Select และ GoLo  มีประสิทธิภาพสูง รูปทรงที่แม่นยำ และมีศิลปะ ให้เสียง และความรู้สึกที่นักกอล์ฟชื่นชอบ มีความสมดุลที่สุดยอด ทุกรูปทรงได้รับการพิสูจน์แล้วโดยนักกอล์ฟในทัวร์

 

พัตเตอร์ของ Scotty Cameron ผลิตมาจากประสบการณ์ทางช่างที่ยาวนานกว่าทศวรรษ การวิจัยในด้านการพัตต์ และทดสอบโดยนักพัตต์ที่ดีที่สุดของโลก ทั้งที่พัตเตอร์สตูดิโอ Scotty’s state-of-the-art ในแคลิฟอเนีย และบนกรีนซ้อมพัตต์ในรายการแข่งขันกอล์ฟอาชีพทั่วโลก สำหรับ PGA Tour พัตเตอร์ Scotty Cameron เป็นพัตเตอร์ที่มีผู้เล่นเลือกใช้มากที่สุดตั้งแต่ปี 1997 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

พัตเตอร์ Scotty Cameron Select ผลิตโดยการกลึงอย่างแม่นยำ มีรูปทรงที่ลงตัว พร้อมระบบการถ่วงน้ำหนักที่ได้รับการยอมรับจากนักกอล์ฟในทัวร์ ว่าให้ความสมดุล และเสถียรภาพขณะพัตต์ที่สุดยอด พัตเตอร์ Select รุ่นล่าสุด จะประกอบด้วยพัตเตอร์รูปทรงเบลดที่ได้รับความนิยมจากนักกอล์ฟในทัวร์สูงสุดสามรุ่น (Newport, Newport 2 และ Newport 2.5) และพัตเตอร์ทรงมัลเล็ทขนาดกลางสองรุ่น (Fastback และ Squareback) ที่มีเส้นเล็งทรงเครื่องหมายบวก ช่วยให้เล็งได้อย่างแม่นยำสูงสุด

 

พัตเตอร์ Scotty Cameron GoLo เป็นพัตเตอร์ทรงมัลเล็ทที่โค้งมนและหรูหรา ด้วยความโค้งที่ออกแบบอย่าลงตัว และคอไม้ที่โค้งมน จะช่วยให้นักกอล์ฟไม่คิดถึงเทคนิคในการพัตต์ และสโตรกลูกได้โค้งอย่างเป็นธรรมชาติ วางตลาดทั้งหมดสี่รุ่น (GoLo 3, GoLo 5, GoLo S5, GoLo 7) ที่มีขนาดต่างกัน รูปแบบคอต่างกัน เพื่อให้นักกอล์ฟเลือกใช้รูปทรงที่ชื่นชอบ และรูปแบบการวางน้ำหนักของหัว ที่เหมาะสมกับการพัตต์ที่สุด

 

หน้าไม้ของพัตเตอร์ Select และ GoLo จะถูกกลึงลึก เพื่อความรู้สึกในแบบที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ และเสียงปะทะลูกที่นุ่มนวล การใส่ก้อนน้ำหนัก Select ที่ด้านโคนและปลายของฐานด้านล่าง ทำให้น้ำหนักของหัวพัตเตอร์ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบกับความยาวก้าน เพื่อความสมดุล และเสถียรภาพสูงสุด ขณะพัตต์ ทุกรุ่น มีการตกแต่งแบบใหม่ที่โดดเด่น ด้วยสี Silver Mist แบบใหม่ พร้อมตกแต่งด้วยจุดสีแดงในช่องที่กลึงแบบสองชั้นที่ตัวพัตต์ และที่ก้อนน้ำหนัก

 

“ผมและทีมงานของผม มีเป้าหมายหลักเพียงสิ่งเดียว คือ ออกแบบและผลิตพัตเตอร์ที่ดีที่สุดในโลก พัตเตอร์ Select และ GoLo รุ่นใหม่ รวมถึงพัตเตอร์ที่มีค่า MOI สูง อย่าง Futura X นำเราไปสู่ประสิทธิภาพที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น ประสิทธิภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักกอล์ฟ” Cameron กล่าว “ทุกวัน เราพยายามที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมในความสัมพันธ์ระหว่างลูกกอล์ฟ พัตเตอร์ และนักกอล์ฟ และเราจะพัฒนาความสัมพันธ์นี้อย่างไร เราทำการทดลองอย่างต่อเนื่องด้วยพัตเตอร์รูปทรงใหม่ๆ วัสดุแบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด”

 

“หลังจากที่นักกอล์ฟได้ใช้พัตเตอร์ของเรารุ่นใดรุ่นหนึ่ง บางครั้งพวกเขาจะพูดกับผมว่า ‘ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงชอบพัตเตอร์ของคุณ มันอธิบายไม่ถูก แต่ผมก็ชอบมัน’ นี่เป็นผลมาจากการใส่ใจในทุกรายละเอียด และเราต้องมั่นใจว่ารูปทรง เสียงปะทะลูก และความรู้สึกขณะพัตต์ ต้องสมบูรณ์แบบในทุกด้าน”

 

พัตเตอร์ Select รุ่นใหม่ วางตลาดพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557 และพัตเตอร์ GoLo รุ่นใหม่ วางตลาดวันที่ 18 เมษาคม พ.ศ. 2557

 

SCOTTY CAMERON SELECT: พัตเตอร์ Scotty Cameron Select รุ่นใหม่ ผลิตด้วยการกลึงอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในแบบที่นักกอล์ฟชั้นนำของโลกต้องการ ทั้งรูปทรง รูปลักษณ์ เสียง ความรู้สึก และความสมดุล พัตเตอร์ Select รุ่นล่าสุด มาจากการพัฒนาพัตเตอร์ทรง Newport แบบดั้งเดิม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักกอล์ฟในทัวร์ และพัตเตอร์ทรง Fastback และ Squareback ทรงมัลเล็ทขนาดกลาง ที่มีระบบการถ่วงน้ำหนักที่ทันสมัย และเทคโนโลยีแบบใหม่ในการช่วยเล็งทิศทาง

 

พัตเตอร์ Select Newport เป็นพัตเตอร์ทรงเบลดที่ทันสมัย รูปทรงโค้งมน คอไม้แบบ plumbing หัวพัตเตอร์ขนาดสั้นกว่า โดยมีส่วนท้ายของพัตเตอร์ที่โค้งมนอย่างไล่ระดับลงสู่พื้น พัตเตอร์ Select Newport 2 มีขนาดหัวพัตเตอร์ที่ยาวกว่า ส่วนหลังเป็นทรงเหลี่ยมที่ดูเฉียบคม คอไม้แบบ plumbing พร้อมเส้นเล็งสีดำหนึ่งเส้นที่ด้านหลัง พัตเตอร์ Select Newport 2.5 มีรูปทรงแบบเดียวกันกับ Newport 2 แต่มีคอไม้ที่สั้นกว่า เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการหมุนของปลายพัตเตอร์ ขณะสโตรกลูก

 

“Newport จะดูนุ่มนวลโค้งมน ในขณะที่ Newport 2 จะดูคล้ายกล่อง และเป็นทรงเหลี่ยม ประสิทธิภาพของทั้งสองรุ่นเป็นแบบเดียวกัน มันขึ้นอยู่กับว่า เมื่อคุณจรดพัตเตอร์ คุณชอบรุ่นไหนมากกว่า” กล่าวโดย Cameron “เราเพิ่มรุ่น Newport 2.5 ที่มีรูปทรงแบบเดียวกันกับ Newport 2 แต่มีคอไม้สั้นกว่า และออฟเซ็ทน้อยกว่าเล็กน้อย เมื่อคุณจรดลูก ด้วยคอไม้ที่สั้นกว่า คุณจะรู้สึกว่าหัวพัตเตอร์ยาวกว่า และด้วยคอไม้ที่สั้นกว่า ทำให้จุดหมุนค่อนมาทางด้านโคนไม้ยิ่งขึ้น อัตราการหมุนของปลายพัตเตอร์จะมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับคอไม้แบบ plumbing ของรุ่น Newport 2”

 

สำหรับพัตเตอร์รุ่นล่าสุด Select Fastback และ Squareback เป็นพัตเตอร์ทรงมัลเล็ทขนาดกลาง ที่ทันสมัย ก้านเป็นแบบ single bend ซึ่งจะทำให้อัตราการหมุนของปลายพัตเตอร์ต่ำที่สุด สำหรับผู้เล่นที่มีแนวการพัตต์ที่โค้งไม่มาก รุ่น Fastback จะโค้งมนและดูนุ่มนวลคล้าย Newport; ในขณะที่ Squareback จะมีรูปทรงที่เฉียบคม และเป็นทรงเหลี่ยมคล้ายกับ Newport 2

 

ทั้งสองรุ่นมีขนาดหัวพัตเตอร์ที่สั้นลง และขยายพื้นที่ที่ส่วนหลัง พร้อมใส่แผ่นเพลทอลูมิเนียมสีแดงแบบใหม่ที่ฐานด้านล่าง เพื่อช่วยลดน้ำหนัก ทำให้สามารถสร้างหน้าไม้ได้หนายิ่งขึ้น เพื่อความรู้สึกที่หนักแน่น เส้นเล็งแบบใหม่ ออกแบบคล้ายเครื่องหมายบวก โดยตำแหน่งของเส้นเล็งจะอยู่ตรงกลางระหว่างตาทั้งสองข้างของนักกอล์ฟ ช่วยให้นักกอล์ฟเล็งทิศทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

“แผ่นเพบทอลูมิเนียมสีแดงแบบใหม่ ช่วยให้เราสามารถนำน้ำหนักบางส่วนออก และนำน้ำหนักนี้ไปใส่ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ที่เราต้องการมากที่สุด เราเอาน้ำหนักที่ส่วนท้ายออก แล้วนำไปใส่ไว้ที่ด้านโคนและปลาย รวมถึงทำหน้าไม้และขอบด้านบนให้หนายิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ ทำให้เราพัฒนาพัตเตอร์รุ่นนี้ได้ทุกด้านทั้งรูปทรง ความรู้สึก และเสียงปะทะลูก” Cameron กล่าว

 

“เส้นเล็งทิศทางคล้ายเครื่องหมายบวกสีแดง เป็นส่วนที่ต่อเนื่องมาจากแผ่นเพลทที่ฐานด้านล่าง หลังจากที่เราทำวิจัยมานานนับปี ที่สตูดิโอ เราพบว่านักกอล์ฟชั้นนำของโลก พัตต์โดยการจรดลูกค่อนมาทางด้านซ้าย และตำแหน่งลูกจะอยู่ใต้ตาซ้าย ตำแหน่งของเส้นเล็งใหม่นี้ จะอยู่ที่ส่วนหลังของพัตเตอร์ ตรงกับจมูกของคุณ และอยู่ระหว่างตาทั้งสองข้าง

 

“ไม่ว่าคุณจะชอบเส้นเล็งในแนวดิ่งหรือแนวระดับ เส้นเล็งแบบให่นี้จะช่วยให้คุณเล็งได้ง่ายขึ้น ตาของคุณจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ช่วยให้คุณสโตรกลูกได้อย่างเหมาะสม ถ้าคุณจรดพัตเตอร์ไปทางด้านหย้ามากเกินไป เส้นเล็งแบบใหม่นี้ จะช่วยให้คุณเห็นว่าหน้าไม้ปิด เช่นเดียวกัน ถ้าคุณจรดพัตเตอร์ไปทางด้านหลังมากไป คุณจะเห็นว่าหน้าไม้เปิด เส้นช่วยเล็งเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟในทัวร์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และความเห็นของนักกอล์ฟในทัวร์เกี่ยวกับเส้นเล็งใหม่นี้ คือ สุดยอด”

 

SCOTTY CAMERON GOLO: พัตเตอร์ Scotty Cameron GoLo เป็นพัตเตอร์ทรงมัลเล็ทที่หรูหรา และทันสมัย เล็งทิศทางได้ง่าย มีรูปทรงโค้งมน แผ่นเพลทด้านล่างสวยงามสะดุดตา พร้อมเทคโนโลยีระบบการถ่วงน้ำหนัก Select ที่ช่วยเพิ่มความสมดุล การออกแบบที่ช่วยเพิ่มความสมดุลของ GoLo ช่วยลดแนวโน้มที่นักกอล์ฟจะใช้มีในการชดเชยเมื่อสโตรกลูก ทำให้นักกอล์ฟสโตรกลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

วางตลาดทั้งหมดสี่รุ่น – GoLo 3, GoLo 5, GoLo S5 และ GoLo 7 – มีรูปลักษณ์ที่สะอาดตา รูปทรงที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ มีการไล่ระดับอย่างลงตัวจากก้าน ไปที่ขอบด้านบนของหน้าพัตเตอร์ และไล่ระดับไปสู่ด้านหลังจนถึงพื้น รูปทรงเป็นแบบมัลเล็ทที่มีการปรับแต่งขึ้นใหม่ มีเส้นเล็งสีดำแบบเส้นเดียวที่ด้านหลัง ช่วยให้เล็งหน้าไม้ได้สแควร์ ฐานด้านล่างออกแบบให้มีมุมสามจุด ทำให้จรดลูกให้สแควร์ได้ง่าย และฐานโค้งเล็กน้อย ช่วยให้แบ็คสวิงได้อย่างนุ่มนวล รูปทรงที่ส่วนท้ายเป็นแบบไม่สมมาตร โดยส่วนโค้งที่ด้านโคนจะถูกตัดออกเล็กน้อย ช่วยให้นักกอล์ฟสโตรกลูกมาจากด้านในมาสู่ตำแหน่งที่หน้าไม้สแควร์ได้อย่างเหมาะสม และด้วยแผ่นเพลทด้านล่างที่ทำจากอลูมิเนียม 6061 และเทคโนโลยีการถ่วงน้ำหนัก Select ทำให้พัตเตอร์มีความสมดุล เสถียรภาพ และให้การกลิ้งของลูก ที่ลงตัว  

 

GoLo 7 มีรูปทรงแบบเดียวกันกับ GoLo รุ่นแรก หัวมีขนาดใหญ่ที่สุด ก้านเป็นแบบ single bend ที่ดูสะอาดตา ที่ทำให้อัตราการหมุนของพัตเตอร์ขณะสโตรกลูกต่ำที่สุด GoLo 5 มีรูปทรง และประสิทธิภาพในแบบเดียวกันกับ GoLo 7 แต่มีขนาดหัวเล็กกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ GoLo S5 จะมีก้านแบบตรงใส่เกือบกลางหน้าไม้ ก้านดูสะอาดตาก และไม่มีออฟเซ็ท

 

พัตเตอร์รูปทรงใหม่ที่อยู่ในตระกูล GoLo คือ GoLo 3 มีขนาดหัวที่เล็กที่สุด ก้านอยู่ทางด้านโคน มีอัตราการหมุนของปลายพัตเตอร์มากที่สุด

 

“GoLo 5 และ GoLo 7 ประสบความสำเร็จมากในทัวร์ แต่ยังมีนักกอล์ฟบางคน ต้องการพัตเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่า” Cameron กล่าว “มันยากมากๆ ที่จะปรับพัตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง โดยยังคงการออกแบบแบบเดิม รูปลักษณ์แบบเดิม ให้ความรู้สึกแบบเดิม ถ้าคุณมองไปที่รายละเอียดของ GoLo 3 มันจะมีก้านแบบโค้งติดอยู่ที่ด้านโคนไม้ คล้ายกับรุ่น Del Mar ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผมนำสิ่งที่ดีที่สุดของ Del Mar และ GoLo มาผสมผสานกัน และตัดส่วนโค้งที่ด้านโคนออกเล็กน้อย เพื่อทำให้ส่วนท้ายไม่สมมาตร ความโค้งที่ไล่ระดับจากส่วนท้ายไปถึงด้านโคน และไล่ไปที่คอไม้ ก้าน เป็นการออกแบบที่ลงตัวที่สุด สำหรับนักกอล์ฟที่สโตรกลูกโค้งอย่างเป็นธรรมชาติ”

 

การตกแต่งที่โดดเด่น: พัตเตอร์ Select และ GoLo รุ่นใหม่ ตกแต่งด้วยสีเงิน และแดง สีที่เป็นเอกลักษณ์ของพัตเตอร์ Scotty Cameron แบบเดียวกันกับพัตเตอร์ที่นักกอล์ฟชั้นนำในทัวร์ทั่วโลกใช้

 

พัตเตอร์ Select และ GoLo มีสีแบบ Silver Mist ตกแต่งด้วยจุดสีแดงที่ด้านหลังของหน้าพัตเตอร์ในช่องที่กลึงแบบสองชั้น และตกแต่งด้วยจุดสีแดงที่ก้อนน้ำหนัก การตกแต่งนี้ ช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และให้ความคลาสสิคเหนือกาลเวลา กริพ Pistolero และ Pistolini สีแดง ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้พัตเตอร์ด้วยเช่นกัร

 

“เรามีการปรับระบบการทำสี เพื่อทำสี Silver Mist ที่ดูนุ่มนวล และหรูหรา ให้กับพัตเตอร์รุ่นใหม่” Cameron กล่าว “และเส้นเล็งทิศทางในหลายๆรุ่นจะเป็นสีดำ ซึ่งจะตัดกันอย่างลงตัวกับสีเงินของหัวพัตเตอร์ ทำให้พัตเตอร์ดูสวยงามและหรูหรายิ่งขึ้น”

 

กริพ PISTOLERO/PISTOLINI: กริพ Scotty Cameron Pistolero และกริพรุ่นใหม่ Pistolini ตกแต่งด้วยโลโก้ Cameron ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความกระชับ และความมั่นคง

 

พัตเตอร์ Select ทรงเบลด Newport, Newport 2 และ Newport 2.5 จะใส่กริพรุ่น Pistolini ที่มีขนาดเล็กกว่า ในขณะที่รุ่น Fastback และ Squareback รูปทรงมัลเล็ท และพัตเตอร์ GoLo ทุกรุ่นจะใส่กริพ Pistolero

 

“รูปทรงของหัวพัตเตอร์ และขนาด มีผลต่อความรู้สึก ที่คุณคาดว่าจะได้รับจากกริพ ดังนั้นเราพยายามใส่กริพที่มีเหมาะสมและลงตัวกับขนาดของหัว กริพ Pistolini เป้นกริพขนาดมาตรฐานที่เราจะใส่ไว้ในพัตเตอร์ทรง Newport หรือทรงเบลดอื่นๆ สำหรับพัตเตอร์ทรงมัลเล็ทขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ขึ้น เราจะใส่กริพ Pistolero ที่มีขนาดใหญ่กว่า เพื่อความรู้สึกที่ลงตัวกับขนาดของหัวพัตเตอร์”

 

ราคาและการวางตลาด: พัตเตอร์ Scotty Cameron Select รุ่นใหม่ วางตลาดพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557 และพัตเตอร์ GoLo รุ่นใหม่ วางตลาดวันที่ 18 เมษาคม พ.ศ. 2557 โดยทั้งสองรุ่นมีราคาตั้งที่ 18,000 บาท

 

เว็ปไซต์: www.ScottyCameron.com

 

ดาวน์โหลดรูปภาพได้ที่: www.titleist.com/media/SelectGoLo

ข้อมูลทางเทคนิค: Scotty Cameron Select

Select
Models

Loft Lie RH
Lengths
LH
Lengths
Toe Flow Offset Stock Grip
Newport 3.5º 70º 33”, 34”, - Medium Full Shaft Pistolini
35”
Newport 2 3.5º 70º 33”, 34”, 34”, Medium Full Shaft Pistolini
35”
Newport 2.5 3.5º 70º 33”, 34”, - Near 1/2 Shaft Pistolini
35” Maximum
Fastback 3.5º 70º 33”, 34”, 34” Minimum Full Shaft Pistolero
35”
Squareback 3.5º 70º 33”, 34”, - Minimum Full Shaft Pistolero
35”

 

 

 

 

 

 

 



ข้อมูลทางเทคนิค: Scotty Cameron GoLo

GoLo
Models
Loft Lie RH
Lengths
LH
Lengths
Toe Flow Offset Stock Grip
GoLo 3 3.5º 70º 33”, 34”, - Maximum 1/2 Shaft Pistolero
35”
GoLo 5 3.5º 70º 33”, 34”, 34” Near
Maximum
3/4 Shaft Pistolero
35”
GoLo S5 3.5º 70º 33”, 34”, - Minimum None Pistolero
35”
GoLo 7 3.5º 70º 33”, 34”, - Near
Minimum
3/4 Shaft Pistolero
35”

 

                                                                                                                                             

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปภาพแบบสไลด์

ร่องแบบใหม่ TX3 สร้างสปินได้สูงสุด ให้ประสิทธิภาพในการควบคุมระยะและทิศทางได้ดียิ่งขึ้น;

พร้อมด้วยมุมกระดอน และการเจียรฐานที่หลากหลาย ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากทัวร์ เพื่อความหลากหลาย และประสิทธิภาพในการเล่นแต่งช็อตที่ดียิ่งขึ้น

 

เว็ดจ์ Titleist Vokey Spin Milled 5 รุ่นใหม่ สร้างสปินได้สูงขึ้น และเพิ่มทางเลือกให้เล่นได้หลากหลายยิ่งขึ้น ช่วยให้นักกอล์ฟตีลูกเข้าใกล้ธงได้ง่ายขึ้น และทำคะแนนต่ำลง

 

เว็ดจ์ Vokey Spin Milled 5 (SM5) เป็นเว็ดจ์ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด, อันเป็นผลมาจากสุดยอด นักออกแบบและผลิตเว็ดจ์ Bob Vokey ที่ทำการค้นคว้า และทำงานร่วมกับนักกอล์ฟชั้นนำของโลก มาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่น Adam Scott, Steve Stricker และ Jason Dufner ตั้งแต่ปี 2004 เว็ดจ์ Vokey Design เป็นเว็ดจ์ที่มีผู้เล่นใช้มากเป็นอันดับ 1 ใน PGA Tour และเป็นเว็ดจ์ที่มีนักกอล์ฟระดับแข่งขันทุกระดับ เลือกใช้มากที่สุด

 

ด้วยการออกแบบและการผลิตที่แม่นยำ ด้วยเทคโนโลยี Spin Milled ของเรา เว็ดจ์ Vokey SM5 สร้างความได้เปรียบให้แก่นักกอล์ฟที่ใช้ ด้วยร่องแบบ TX3 ที่ลึกยิ่งขึ้น รูปทรงที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ และมีมุมกระดอนและรูปแบบการเจียรที่ฐานด้านล่าง ที่หลากหลาย ให้นักกอล์ฟเลือกใช้

 

ร่อง TX3 แบบใหม่ มีปริมาตรเพิ่มขึ้น 7% และแบ่งเป็นสองรูปแบบ เพื่อให้สร้างสปินให้สูงสุด โดยการทำให้หญ้าและทราย เข้าไปในร่องได้ดีขึ้น ทำให้ร่องหน้าเว็ดจ์ปะทะกับลูกกอล์ฟได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยี r  Spin Milled ยังช่วยให้นักกอล์ฟสามารถควบคุมระยะและทิศทางได้ดียิ่งขึ้น จากร่องที่ผ่านการกลึงอย่างแม่นยำ และเจียรหน้าไม้ให้หยาบด้วยเครื่องจักร โดยกำหนดค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ ร่องเว็ดจ์ SM5 ทุกตัว จะถูกตัดทีละร่อง ให้มีขนาดร่องสูงสุด ที่ถูกต้องตามกฎกอล์ฟ และตรวจสอบร่องทุกร่องแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ หน้าเว็ดจ์จะถูกนำมาอบด้วยความร้อนความถี่สูง เพื่อเพิ่มความทนทานของร่อง ทำให้เว็ดจ์สร้างสปินสูง ได้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

นานนับปี ที่ Vokey และทีมงานของเขา รวมถึง Aaron Dill ผู้ดูแลผู้เล่นในทัวร์ของ Vokey ได้นำคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และความเห็นจากผู้เล่นในทัวร์ มาผลิตชุดเว็ดจ์ ที่มีรูปแบบของมุมกระดอน และการเจียรที่ฐานด้านล่าง ประสิทธิภาพสูง มากที่สุดในตลาดกอล์ฟ เว็ดจ์ Vokey SM5 มีทั้งหมด 21 รุ่น ที่มีการผสมผสาน องศาหน้าไม้/มุมกระดอน/และการเจียรที่ฐานด้านล่างที่แตกต่างกัน การเจียรฐานด้านล่างเป็นแบบเดียวกันกับที่นักกอล์ฟในทัวร์เลือกใช้ มีทั้งหมด 6 รูปแบบ ซึ่งจะถูกนำมาใส่อย่างเหมาะสมกับรูปแบบของมุมกระดอน ทั้งต่ำ กลาง และสูง เพื่อให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม สำหรับนักกอล์ฟที่มีวงสวิงทุกรูปแบบ การเล่นแต่งช็อตแบบต่างๆ และสภาพสนามในการเล่นลูกสั้น

 

“ผมพูดเสมอว่า เรามีทีมการวิจัยและพัฒนาที่ดีที่สุดในโลก นั่นก็คือ PGA Tour” กล่าวโดย Vokey “เราทำงานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งทีมช่าง และวิศวกร ในการนำทุกสิ่งที่เราเรียนรู้ จากผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก มาผลิตเว็ดจ์ Spin Milled 5 เราสร้างสปินให้สูงขึ้น เราให้การควบคุมที่ดียิ่งขึ้นกับนักกอล์ฟ เรามุมมุมกระดอน และการเจียรที่ฐาน ให้นักกอล์ฟเลือกอย่างหลากหลาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักกอล์ฟในการเล่นช็อตต่างๆ ในการเล่นรอบกรีน และช่วยให้นักกอล์ฟทำคะแนนได้ต่ำลง”

 

เว็ดจ์ SM5 มีขนาดใบที่เล็กลง และสมดุลยิ่งขึ้น มีผิวเคลือบสามแบบ คือ Tour Chrome, Gold Nickel และ Raw Black เว็ดจ์ทุกตัวจะมีกราฟฟิคแบบใหม่ ที่ดูสะอาดตา พร้อมด้วยกราฟฟิคที่บอกรูปแบบการเจียรฐานที่ใบเว็ดจ์ทุกใบ (ยกตัวอย่าง เช่น “S Grind”) รวมถึงเพิ่มพื้นที่สำหรับตอกตัวอักษร เป็นห้าตัวอักษร สำหรับท่านที่ต้องการ สั่งตอกชื่อ หรืออักษร ต่างๆ ได้ตามต้องการยิ่งขึ้น

 

สปินที่สูงขึ้นจากร่อง TX3 แบบใหม่: ร่อง Spin Milled TX3 แบบใหม่, ร่องแบบที่สามของ Vokey ที่ย่อมาจาก tour extreme ออกแบบเพื่อให้สร้างสปินได้สูงสุด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระยะ และทิศทาง ร่อง TX3 มีสองรูปแบบ ร่องจะเป็นแบบ 17 ร่อง เซาะแบบทีละร่อง และตรวจสอบร่องแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร่องมีขนาดและความคมสูงสุดตามข้อกำหนด ทำให้สร้างสปินได้สูงขึ้น

 

ร่อง TX3 ในองศาหน้าไม้ 46º ถึง 54º จะมีร่องที่ลึกยิ่งขึ้น และแคบลง เมื่อเปรียบเทียบกับร่องของเว็ดจ์รุ่นก่อน Vokey ร่องจะมีปริมาตรมากขึ้น 7%         ทำให้หญ้า ทราย หรือเศษดินต่างๆ เข้าไปในร่องได้ดีขึ้น เพื่อให้ขอบร่องหน้าเว็ดจ์ ปะทะลูกได้ดีขึ้น สร้างสปินได้สูงขึ้น ร่องที่แคบลง และลึกยิ่งขึ้น จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมระยะ และทิศทาง และที่นักกอล์ฟจะเห็นได้ชัด คือ โอกาสที่นักกอล์ฟจะตีแล้วลูก “flyers” (ลูกลอยไปแบบไม่มีสปิน) จากรัฟจะลดลง

 

“เราได้รับคำแนะนำมากมายจากผู้เล่นในทัวร์ เกี่ยวกับ ‘flyers’ ไม่มีใครต้องการมัน” กล่าวโดย Dill ผู้ทำงานใน Titleist Tour Van ขอประกอบและเจียรเว็ดจ์จำนวนมาก ให้ผู้เล่นใน PGA Tour “ในทัวร์ ผู้เล่นต้องเล็งไปในเป้าหมายที่เล็กมากๆ พวกเขาต้องมั่นใจว่าลูกกอล์ฟจะเดินทางไปในระยะที่ต้องการ แม้ว่าจะต้องตีจากในรัฟ ไลน์ยาก ร่องที่ TX3 ลึกและแคบ ทำให้หญ้าเข้าไปในร่องได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสที่ร่องของหน้าเว็ดจ์ จะปะทะลูกกอล์ฟได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ทำให้ลูกมีสปินมากขึ้น และให้การควบคุมระยะที่ดีขึ้น”

 

ร่อง TX3 ในองศาหน้าไม้ 56º ถึง 62º ใช้ความได้เปรียบจากกระบวนการ Spin Milled ที่มีความแม่นยำสูง ร่องในองศาหน้าไม้เหล่านี้ จะมีความกว้างแบบเดียวกันกับร่องรุ่นก่อน แต่มีความลึกยิ่งขึ้น โดยมีปริมาตรเพิ่มขึ้น 7% ให้สปินที่สูงขึ้น และการควบคุมที่ดีขึ้น ในการเล่นรอบกรีน


นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะตีลูกได้สปินสูงขึ้น 500 รอบต่อนาที เมื่อตีเต็มวงจากรัฟ ด้วยเว็ดจ์ SM5 ที่มีองศาหน้าไม้ต่ำ และตีได้สปินสูงขึ้นประมาณ 400 รอบต่อนาที สำหรับเว็ดจ์ที่มีองศาหน้าไม้สูง เมื่อเปรียบเทียบกับเว็ดจ์รุ่น SM4 ร่องทั้งสองแบบ ให้สปินที่ใกล้เคียงกัน เมื่อตีจากแฟร์เวย์ หรือหญ้าสั้น

 

“ร่องทั้งสองขนาด ให้���ระสิทธิภาพดีที่สุด” กล่าวโดย Vokey “รูปแบบของร่อง เริ่มเปลี่ยนที่รุ่น 56º เพราะผลจากการทดสอบแสดงให้เห็นว่า นักกอล์ฟจะตีปะทะลูก โดยที่หน้าไม้เอียงที่มากขึ้นที่องศานี้ เมื่อเปรียบเทียบกับองศาที่ต่ำกว่า ที่หน้าไม้จะปะทะในแนวตรงมากกว่า ร่อง TX3 ที่กว้างขึ้น ในองศาหน้าไม้สูง จะกวาดหญ้าไปด้านข้าง มากกว่าดันตรงไปที่ร่อง ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า เมื่อตีแบบไม่เต็มวง”

 

กระบวนการ SPIN MILLED: เว็ดจ์ Spin Milled 5 ทำจากเหล็กคาร์บอน 8620 และผลิตอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยี Spin Milled ของ Titleist กระบวนการเริ่มต้นด้วยการเจียรปาดหน้าไม้สองครั้ง เพื่อให้หน้าไม้เรียบและพร้อมที่สุด สำหรับการเจาะร่อง ผิวของหน้าเว็ดจ์จะถูกทำให้หยาบอย่างแม่นยำ โดยให้มีความหยาบสูงสุด ตามข้อกำหนด เพิ่มความเสียดทานจากหน้าไม้ ให้สปินที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น เมื่อตีแบบไม่เต็มวง ร่อง TX3 ผลิตโดยกลึงอย่างแม่นยำด้วยเครื่อง CNC เพื่อให้ร่องมีขนาดสูงสุดตามกฎกอล์ฟ สร้างสปินได้สูงสุด เพื่อวิถีลูก และการควบคุมระยะทาง ที่นักกอล์ฟต้องการ ร่องทุกร่องจะถูกเจาะทีละร่อง ด้วยความเร็วที่ช้าลง ทำให้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำลง ทั้งในด้านขนาดของร่อง และความคมของขอบ นอกจากนี้ เว็ดจ์ SM5 ทุกตัว จะถูกบ่มด้วยความร้อนที่หน้าไม้ ทำให้ขอบร่องทนทานยิ่งขึ้น ร่องสร้างสปินได้สูง และยาวนานยิ่งขึ้น โดยยังคงให้ความรู้สึก ขณะหน้าไม้ปะทะลูกที่ดีเช่นเดิม

 

ตรวจสอบร่อง 100%: เมื่อเราวางตลาดเว็ดจ์ Vokey SM4 ในครั้งก่อน, Titleist ลงทุนในด้านเทคโนโลยี ด้วยการสร้างระบบในการตรวจสอบร่องแบบ 100% โดยตรวจสอบร่องทุกร่องบนเว็ดจ์  Vokey ทุกตัวที่เราผลิต ด้วยกระบวนการนี้ ทำให้ Titleist สามารถผลิตเว็ดจ์ที่มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำที่สุด ในอุตสาหกรรมนี้ ร่อง TX3 แบบใหม่ จะถูกประเมินผลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยเทคโนโลยีการพล็อทกราฟด้วยปากกาดิจิตอล ซึ่งจะแสดงความโค้งและรูปทรงของร่องทุกร่อง การวัดจะเป็นแบบสามมิติ โดยกราฟจะถูกวาดหลังจากปากกาเคลื่อนที่ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวม และแสดงผลเป็นปริมาตรของร่อง และความโค้งของขอบร่อง ข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ทีมผลิต สามารถทำร่องมีความคมสูงสุด ตามข้อกำหนด ให้มีค่าความโค้งสูงสุดที่รัศมี 0.011 นิ้ว ทำให้นักกอล์ฟสามารถสร้างสปินได้สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเว็ดจ์จะมีร่องที่ผิดกฎ

 

ช็อตหลากหลายรูปแบบ: ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งมุมกระดอน และการเจียรที่ฐานด้านล่าง ของเว็ดจ์ Vokey SM5 ทำให้นักกอล์ฟสามารถเล่นได้อย่างหลากหลาย และเล่นแบบแต่งช็อตได้ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการเล่นช็อตแบบต่างๆ ในการเล่นรอบกรีน

 

เว็ดจ์ Spin Milled 5 มีองศาหน้าไม้ตั้งแต่ 46º ถึง 62º (เพิ่มรุ่นละสององศา) และมีการเจียรที่ฐานด้านล่าง 6 รูปแบบ (L, T, S, M, F และ K) ซึ่งการเจียรแต่ละแบบ จะถูกใส่กับมุมกระดอนต่ำ กลาง และสูง อย่างเหมาะสม ทั้งหมดนี้ ทำให้เว็ดจ์ SM5 มีตัวเลือกทั้งมุมกระดอน และการเจียรฐาน ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมกันถึง 21 แบบ ที่มีองศาหน้าไม้/มุมกระดอน/การเจียรฐานที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับการสวิงทุกแบบ การเล่นแต่งช็อตแบบต่างๆ และสภาพสนาม

 

“สำหรับเว็ดจ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่รูปแบบเดียวจะเหมาะกับคนทุกคน” กล่าวโดย Vokey “เว็ดจ์จะถูกใช้ในการเล่นช็อตหลากหลายรูปแบบ และนักกอล์ฟแต่ละคนต่างมีเทคนิคในการเล่น และสไตล์ที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงมีเว็ดจ์ให้นักกอล์ฟเลือกใช้อย่างหลากหลาย สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ นักกอล์ฟควรไปพบกับ โปรผู้ทำคลับฟิตติ้งของ Titleist เพื่อฟิตติ้งเว็ดจ์ SM5 แล้วคุณจะได้ชุดเว็ดจ์ ที่เหมาะกับคุณที่สุด”

 

รูปแบบการเจียรฐานของเว็ดจ์ Vokey ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ S และ M – การเจียรทั้งสองรูปแบบ จะมีอยู่ในรุ่น 54º, 56º, 58º และ 60º สำหรับรุ่น 58º และ 60º จะมีรูปแบบการเจียรฐานให้เลือกถึง 4 แบบ โดยมีการเจียรฐานแบบใหม่ คือ K Grind ให้นักกอล์ฟได้เลือกใช้ด้วย การเจียรฐานแบบ K เป็นแบบที่ผู้เล่นสองคนที่คว้าแชมป์เมเจอร์ เมื่อฤดูกาลก่อนเลือกใช้ รุ่น 46º ถึง 52º จะมีการเจียรฐานแบบ F Grind โดยมีการออกแบบฐานให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่น ในขณะที่รุ่น 54º ถึง 60º จะมีเพิ่มการเจียรฐานแบบ M Grind ที่จะมีการเจียรลบที่ด้านโคน และปลาย ของฐานด้านล่าง เพื่อประสิทธิภาพในการตีผ่านลูกที่ดีขึ้น

 

SM5 วางตลาดเว็ดจ์ที่มีมุมกระดอนปานกลาง และมีการเจียรฐานสองรูปแบบ สำหรับรุ่น 54º และ 56º โดยคำแนะนำของผู้ทำคลับฟิตติ้งของ Titleist และผู้เล่นในทัวร์ มุมกระดอนที่สูงกว่า จะช่วยให้เล่นได้ดี และง่ายยิ่งขึ้น จากบังเกอร์ การเจียรฐานแบบ S และ M มุมกระดอน 10º ช่วยให้เล่นได้อย่างหลากหลายจากทรายด้วยเช่นกัน

 

การเจียรฐานด้านล่างที่พิสูจน์แล้วจากทัวร์: การเจียรที่ฐานด้านล่างของ SM5 นำมาจากการเจียรที่ฐานที่ Vokey ทำให้กับผู้เล่นใน PGA Tour ยกตัวอย่างเช่น การเจียรฐานแบบ S Grind มาจากการเจียรฐานของเว็ดจ์ที่ Steve Stricker ใช้ เขาชอบที่จะเล่นเว็ดจ์ ในตำแหน่งที่หน้าไม้สแควร์ และก้านเอียงมาทางด้านหลัง การเจียรรูปแบบนี้ จะมีอยู่ในเว็ดจ์ SM5 ที่มีมุมกระดอนปานกลาง (54º ถึง 60º) การเจียรแบบ S Grind จะมีฐานด้านล่างเต็ม มีการเจียรที่ด้านโคนแบบปานกลาง และเจียรที่ขอบล่างด้านหลังตลอดแนวแบบปานกลาง  

 

“Steve เป็นนักกอล์ฟที่ตีเข้าลูกในมุมตื้น โดยแทบไม่ใช้ข้อมือในการเล่น การเจียรแบบ S Grind ช่วยให้เขาเล่นได้หลากหลายยิ่งขึ้น ในการตีช็อตรูปแบบต่างๆเข้าสู่กรีน และเหมาะมากกับสไตล์การเล่นของเขา” กล่าวโดย Vokey “สำหรับนักกอล์ฟ ที่ชอบเปิดหน้าไม้ ในการเล่น การเจียรแบบ M Grind จะเหมาะมาก”

 

การเจียรแบบ K Grind เป็นการเจียรแบบใหม่ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเว็ดจ์ Vokey Spin Milled การเจียรรูปแบบนี้ เกิดขึ้นไม่นานมานี้ จากการทำงานของ Vokey กับนักกอล์ฟในทัวร์หลายๆคน รวมถึง Adam Scott และ Jason Dufner ฐานด้านล่างในเว็ดจ์ ที่มีการเจียรแบบ K Grind จะมีฐานด้านล่างกว้าง มุมกระดอนสูง และฐานมีความโค้งมาก ทำให้เล่นได้ง่าย ในสภาพสนามหลากหลายแบบ ในฤดูกาลที่แล้ว Scott และ Dufner ใช้เว็ดจ์ที่มีการเจียรฐานแบบ K Grind คว้าแชมป์เมเจอร์ The Masters และ PGA Championship ได้สำเร็จ

 

“ทั้ง Adam และ Jason ต้องการแซนด์เว็ดจ์ ที่ชดเชยความผิดพลาดสูง ในการเล่นจากบังเกอร์ แต่ยังให้ประสิทธิภาพสูง ที่ทำให้เขาสามารถเล่นช็อตได้หลากหลายรูปแบบ ในการเล่นรอบกรีน” กล่าวโดย Vokey “เมื่อ Adam นำเว็ดจ์ที่มีการเจียรฐานแบบนี้ ไปใช้ที่ Augusta National สนามที่นักกอล์ฟต้องเจอกับไลน์ที่ยากเสมอ ผมรู้ว่าเราพบเว็ดจ์ที่เหมาะกับเขาแล้ว”

 

(ดูที่ชาร์ทด้านล่าง สำหรับมุมกระดอน และการเจียรที่ฐานด้านล่างทั้งหมด)

 

ขนาดกะทัดรัด: ด้วยคำแนะนำจากผู้เล่นในทัวร์ เว็ดจ์ Spin Milled 5 ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด และสมดุลอย่างลงตัว เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่าอย่าง SM4 เว็ดจ์ SM5 จะมีด้านปลายใบที่โค้งมนกว่ารุ่น SM4 ขนาดใบจะสั้นกว่าเล็กน้อย ด้านปลายและโคนใบสูงขึ้นเล็กน้อย

 

ประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้วจากทัวร์: Jordan Spieth เป็นหนึ่งในผู้เล่น กว่า 30 คน ที่เป���ี่ยนมาใช้เว็ดจ์ Vokey SM5 แล้ว Spieth ลงแข่งขันใน 2014 PGA Tour ด้วยเว็ดจ์ SM5 สองตัว และได้รองแชมป์ที่รายการ Hyundai Tournament of Champions

 

“ผมชอบเว็ดจ์ที่เล่นได้หลากหลาย ผมต้องการเล่นลูกโด่ง ตีให้ต่ำ ช็อตที่ต้องตีให้ตกแล้ววิ่งถอยหลัง รวมถึงช็อตที่ลูกจะตกแล้วหยุด” กล่าวโดย Spieth “ช็อตที่ผมชอบ คือ ตีแบบพิทช์ ให้ลูกกอล์ฟมีสปินไม่มากเกินไป ลูกลอยและตกหยุด จากระยะ 30-40 หลา – ผมเล่นช็อตนี้ได้ดีมากด้วยเว็ดจ์ SM5”

 

นักกอล์ฟท่านอื่นๆ ที่ใช้เว็ดจ์ SM5 แล้ว ในการแข่งขัน ประกอบด้วย: Steve Stricker, Bill Haas, Scott Piercy, Brendon de Jonge, Scott Stallings, Marc Leishman, John Merrick, Geoff Ogilvy, Morgan Hoffmann, Bud Cauley, Greg Chalmers และ Charley Hoffman

 

สีแบบใหม่ และรูปลักษณ์ที่สะอาดตา: เว็ดจ์ Spin Milled 5 มีสีผิวเคลือบ สามแบบ: Tour Chrome, Gold Nickel และ Raw Black สีแบบ Tour Chrome จะเป็นแบบใหม่ ที่สว่างยิ่งขึ้น หน้าไม้จะมีสีเข้มกว่า ซึ่งจะตัดกับสีของโครงใบ และเห็นได้ชัดเมื่อจรดลูก การเคลือบผิวชั้นในจะเคลือบด้วย นิกเกิลชนิดนุ่ม เพื่อความรู้สึกที่นุ่มนวล และป้องกันสนิม และเคลือยด้วยโครเมียมบางๆที่ชั้นนอก เพื่อความทนทาน Gold Nickel จะทำการเคลือบด้วยนิกเกิลแบบสองชั้น ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้น ป้องกันสนิม และเพิ่มความทนทาน ในขณะที่ Raw Black ซึ่งในอดีต จะเป็นผิวเคลือบสำหรับเว็ดจ์ของนักกอล์ฟในทัวร์เท่านั้น จะผลิตด้วยกระบวนการ QPQ ในการสร้างชั้นบางๆเพื่อปกป้องผิวเว็ดจ์ ให้ความรู้สึกที่ดี และเพิ่มความทนทาน สีแบบ Raw Black จะหลุดออก และเว็ดจ์จะขึ้นสนิม เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง

 

เว็ดจ์ SM5 มีรูปลักษณ์ที่สะอาดตา กราฟฟิคแบบแบบใหม่ และมีการสลักรูปแบบการเจียรฐาน บนใบเว็ดจ์ทุกตัว (ยกตัวอย่างเช่น “S Grind”) อีกทั้งยังเพิ่ม พื้นที่ในการใส่ตัวอักษร สำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการใส่ชื่อ หรือตัวอักษร ที่ต้องการได้ถึง 5 ตัวอักษร

 

ตัวเลือกสำหรับการสั่งซื้อแบบคัสตอมที่หลากหลายและทันสมัย: คุณสามารถสั่งซื้อ เว็ดจ์ SM5 ในสเปคที่หลากหลาย และรูปแบบการตกแต่งแบบต่างๆที่คุณชื่นชอบ คุณสามารถเลือก ก้าน กริพ สติกเกอร์ที่ก้าน พลาสติกที่คอไม้ การสลักตัวอักษร และสีบนตัวอักษร รายละเอียดทั้งหมด สำหรับการสั่งเว็ดจ์แบบคัสตอม สามารถคลิกไปดูได้ที่ Vokey.com

 

ราคาและการจัดจำหน่าย: เว็ดจ์ Vokey Spin Milled 5 วางตลาดพร้อมกันทั่วโลก และในประเทศไทยในวันที่ 14 มีนาคม 2557 โดยมีราคาตั้งที่ 5,950 บาท

 

ข้อมูลทางเว็ปไซต์: www.Vokey.com ; titleist.co.th

 

ดาวน์โหลดรูปได้ที่: www.titleist.com/media/VokeySM5


มุมกระดอนและการเจียรฐานของ SPIN MILLED 5:

 

รายละเอียดของการเจียรฐานด้านล่างของ SM5:

L Grind: ฐานด้านล่างแคบ และเจียรเป็นรูปเสี้ยว พื้นที่สร้างการกระดอนมีขนาดเล็ก และอยู่ทางด้านหน้า ความโค้งของฐานต่ำ

ลักษณะการสวิง: กวาด, สภาพสนาม: แข็ง

T Grind: พื้นที่สร้างการกระดอนที่ฐาน สองตำแหน่ง เจียรแบบกว้างที่ฐานด้านล่างส่วนหลัง

ลักษณะการสวิง: กวาด/เป็นกลาง, สภาพสนาม: แข็ง/ปานกลาง

S Grind: ฐานด้านล่างเต็ม เจียรลบมุมที่ด้านหลังของฐาน และเจียรที่ด้านโคนของฐาน แบบปานกลาง

ลักษณะการสวิง: กวาด/เป็นกลาง, สภาพสนาม: แข็ง/ปานกลาง/นุ่ม

M Grind: ฐานด้านล่างเจียรเป็นรูปเสี้ยว พื้นที่สร้างการกระดอนแคบ และอยู่ทางด้านหน้า ความโค้งของฐานปานกลาง

ลักษณะการสวิง: กวาด/เป็นกลาง, สภาพสนาม: แข็ง/ปานกลาง

F Grind: ฐานด้านล่างเต็ม มีความโค้งของฐานแบบปานกลาง และเจียรเล็กน้อยที่ด้านหลังของฐาน

ลักษณะการสวิง: กวาด/เป็นกลาง/ชัน, สภาพสนาม: แข็ง/ปานกลาง/นุ่ม

K Grind: ฐานด้านล่างกว้าง มุมกระดอนสูง และฐานมีความโค้งสูง

ลักษณะการสวิง: เป็นกลาง/ชัน, สภาพสนาม: ปานกลาง/นุ่ม

 

 Performance Engineered Models Now Available in Golf Shops Worldwide

Singapore (Jan. 22, 2014) – Titleist, the #1 ball in golf, delivers even better performance and feel in its new 2014 NXT Tour, NXT Tour S, Velocity and DT Solo golf balls through innovative core, cover and aerodynamic technologies.

Every Titleist golf ball, including the industry-leading Pro V1 and Pro V1x, is precision engineered by Titleist Golf Ball R&D associates and manufactured in the company’s world-class owned and operated facilities to provide a meaningful performance and preference option. The new 2014 models offer the same renowned quality and consistency that have become synonymous with any golf ball stamped “Titleist.”

New NXT Tour and softer-feeling NXT Tour S provide exceptional distance and commanding short game scoring performance, exceeded only by Pro V1 and Pro V1x. Both new models have been improved with a reengineered softer compression core and cover so golfers will experience even softer feel.

Titleist R&D designed the 2014 Velocity with a reformulated, proprietary LSX core that produces a high initial ball speed for powerful distance. A new, spherically tiled 328 tetrahedral dimple design delivers a more penetrating trajectory with a shallower angle of descent for even more roll. The result is even more explosive distance on all full swing shots.

New DT Solo has been redesigned to provide the best combination of soft feel and distance in a DT yet. With its super soft compression core and soft ionomer cover, the 2014 model features a new spherically tiled 376 tetrahedral dimple pattern that contributes to even longer driver and iron distance while retaining the distinctly soft feel and consistency that DT players have come to love and trust.

“When we make an improvement to a Titleist golf ball, it’s in direct response to what golfers tell us they need and want,” said Bill Morgan, Senior Vice President of Titleist Golf Ball R&D. “We’re constantly in the field talking with golfers, capturing their launch conditions on all types of shots, and observing how different golf balls perform for their game. All of this information feeds the product development process and allows us to focus our design efforts and ultimately our prototype testing in ways that will enhance performance for these golfers.”

More than 40,000 golfers from around the world participated in the white-box testing and validation process, with golfers receiving prototype NXT Tour, NXT Tour S, Velocity or DT Solo golf balls for on-course evaluation. Player feedback was then gathered through Team Titleist and shared with Titleist R&D.

All new models are available in golf shops beginning today, January 22, 2014.


 2014 NXT Tour
Engineered for high performance, the 2014 Titleist NXT Tour golf ball utilizes advanced multi-component technology that delivers low driver and long iron spin for exceptionally long distance and scoring performance. It features a new proprietary softer compression dual core and a softer, thin Fusablend cover. The result is a softer, truer feel on all shots while maintaining its exceptional distance and excellent short game control on shots into and around the green that is only exceeded by Pro V1 and Pro V1x. NXT Tour retains its spherically tiled 302 octahedral dimple design that produces a piercing and stable ball flight for consistent distance and trajectory control.

Player Benefits 
• Exceptional distance
• Consistent flight
• Commanding short game spin and control
• Softer feel on all shots
• Excellent durability

Multi-component technology
• Proprietary softer compression dual core
• Softer, thin Fusablend cover
• Spherically tiled 302 octahedral dimple design

(MSRP: 1,590 Baht/Dozen)


 2014 NXT Tour S
The new Titleist NXT Tour S golf ball is designed for players seeking NXT Tour performance – outstanding distance, consistent flight and commanding short game control – with an even softer compression feel. The new model has been reengineered with a proprietary softer compression, highly resilient core and softer, thin Fusablend cover to deliver a softer feel on all shots. (New NXT Tour S is even softer than the prior generation model as well as its 2014 NXT Tour counterpart.) NXT Tour S also retains its spherically tiled 302 octahedral dimple design for a piercing and stable flight.

NXT Tour S is available in both white and high optic yellow colors.

Player Benefits
• Outstanding distance
• Consistent flight
• Commanding short game spin and control
• Even softer feel on all shots
• Excellent durability

Advanced technology
• Reengineered softer compression, highly resilient core
• Softer, thin Fusablend cover
• Spherically tiled 302 octahedral dimple design

(MSRP: 1,590 Baht/Dozen)


 2014 Velocity
The 2014 Titleist Velocity is powered for even more distance as the result of innovative design technology. New Velocity utilizes a reformulated, exclusive LSX core that produces a very fast ball speed, giving golfers explosive power off the tee and shorter approach shots into the green. A new, spherically tiled 328 tetrahedral dimple design with 7 different dimple sizes is highly symmetrical (three axes of symmetry) with a more uniform surface coverage. It delivers a more penetrating and soaring flight on all full swing shots for more precision and shallower angle of descent for more rollout. A softer compression core also provides a more playable feel in the short game.

Velocity is available in single (#1, 2, 3, 4) and double-digit (#00, 11, 22, 33) play numbers.

Player Benefits
• More explosive distance on all shots
• Deep downrange peak trajectory and shallower angle of descent for more roll 
• More playable feel in the short game
• Tighter, more consistent ball flight

Advanced technology
• Reformulated, proprietary LSX core 
• NAZ2 cover formulation 
• New spherically tiled 328 tetrahedral dimple design

(MSRP: 1,345 Baht/Dozen)


 2014 DT SoLo
The new Titleist DT SoLo golf balls have been redesigned to provide even longer distance on full shots along with the distinctly soft feel, greenside control and consistent quality that are the DT standard. 2014 DT Solo retains its super soft compression, fast core and soft ionomer cover. A new spherically tiled 376 tetrahedral dimple design, with a more uniform surface coverage, delivers a tighter, more consistent flight for even longer driver and iron distance. The combination of the super soft core and soft cover blend gives golfers a distinctly soft feel with responsive short game performance.

New DT Solo is available in both white and optic yellow colors.

Player Benefits
• Distinctly soft compression feel
• Longer distance with driver and irons 
• Responsive short game performance 
• Trusted quality and consistency

Advanced technology
• Super soft compression, fast core 
• Soft ionomer cover blend 
• New spherically tiled 376 tetrahedral dimple design

(MSRP: 1,025 Baht/Dozen)

ON THE WEB: www.titleist.co.th

Across the world of golf, the winning momentum continued for Titleist golf ball players, as Pro V1 loyalist Bernhard Langer kicked off the 2014 Champions Tour season with a commanding victory at the Mitsubishi Electric Championship.  Langer birdied five of the last six holes Sunday to pull away from the field in the winners-only event and capture his 19th career Champions Tour title by three shots. 

Langer was among 30 players in the 41-man field at Hualalai who put their trust in Titleist golf balls, more than ten times the nearest competitor with 3.  A similar theme was repeated on the PGA, European PGA and Asian Tours this week, where a vote of confidence was again cast for the #1 ball in golf.  All told, a combined 477 players relied on Pro V1 and Pro V1x golf balls across the worldwide professional tours this week, nine times the nearest competitor with 53. 

 To date, 1,312 players have teed up Titleist golf balls in competition on the 2014 worldwide professional tours, more than five times the nearest competitor with 225 and more than all competitors combined.

• • •

 CHAMPIONS TOUR:  Ten times as many players relied upon Titleist (30) golf balls at the Mitsubishi Electric Championship than the nearest competitor (3). Titleist was also the top choice in irons (13), wedges (34) and putters (12).

The 56-year-old Langer fired his second straight 8-under 64 to post a 54-hole winning total of 22-under 194. The win marks the first victory for Langer since last April, and his second Mitsubishi Electric Championship title (he captured his first in 2005).

"It's a new year and my goal was to get over the hurdle and win as soon as possible," said Langer after the victory. "I'm very pleased and extremely blessed to play golf like this. To be 22 under doesn't happen very often."

Two players finished tied for 2nd at 19-under, including Pro V1 loyalist Jeff Sluman. Titleist Brand Ambassador Jay Haas, one of eight 60-year-olds in the field of 41, birdied the final hole to shoot 7-under 65 and finish alone in 4th, another two shots back.

1
2